Ampmiko's profile::Amp*~::: Lovely Planet...PhotosBlogListsMore Tools Help

::Amp*~::: Lovely Planet :::~*

Let's take a short break!!!!

Ampmiko jearsuwan

Occupation
Location
Interests
Hi...Welcome to my Space na ja ^-^
Photo 1 of 368
March 18

สเปซนี้...ทำเพื่อเพื่อนเลย

หลังจากที่เพื่อนออยลัดฟ้าตามหารักอยู่ปักกิ่งได้พักใหญ่
มีเสียงโอดครวญว่าไม่สามารถเล่นมัลติพลายได้
ต้องกลับมาซบอก สเปซ ดังเดิม
 
ไอ้เราก้อกลัวว่าเพื่อนจะตกข่าว เอาวะ..หันกลับมาปัดฝุ่นสเปซมั่งก้อได้
แล้วเค้าจะพยายามอัพเดทมันบ่อยๆ แล้วกันนะเพื่อนนะ
May 11

## บ้านน้อยหลังนี้ สุขีเสียจริง ##

 
 
สวัสดี ชาวสเปซ ที่ติดตามข่าวคราวของเรามาโดยตลอด
เข้ามาวันนี้ จะมาบอกกล่าวว่า หลังจากทำงานเก็บเงินมาพักใหญ่ แอมก้อร่ำรวยขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
 
แอมมีบ้านหลังที่สามแล้วค่า 555555
 
ก่อนที่จะเข้าใจผิดไปกันใหญ่ บ้านที่ว่านี่แอมหมายถึง ห้องนั่งเล่น ของแอมใน multiply ตะหากเล่า เป็นเพราะว่าทนเสียงชักจูง และชี้นำ ของไอ้ออยไม่ไหว ก้อเลยต้องไปเปิดบ้านอีกหลังนึง แล้วก้อจัดการเปลี่ยนมันเป็นห้องนั่งเล่น เอาไว้พักผ่อน อีกที่นึง
 
ก้อเลยอยากจะขอเชิญชาวสเปซทั้งหลายให้แวะไปชื่นชมผลงาน และเที่ยวห้องนั่งเล่นของแอมได้นะคะ
 
ห้องนั่งเล่น    http://ampmiko.multiply.com
 
ก่อนหน้านี้แอมก้อชวนทุกคนไปเยี่ยม hi 5 แล้วทีนึงใช่ป่าวคะ อันนั้นเป็นห้องไรดีน๊า............ห้องรับแขกก้อแล้วกัน เพราะบ้านนั้นมีแขกแวะเวียนอยู่ในนั้นเยอะแยะไปหมดเลย
 
ห้องรับแขก http://ampmiko.hi5.com
 
แต่ยังไงซะ แอมก้อไม่ทิ้งบ้านนี้นะจ๊ะไม่ต้องกลัว อยู่มันทั้ง 3 ห้องนี่แหละ ห้องนี้ให้เป็นห้องไรดีล่ะ ... คิดไม่ออกอ่ะ ช่วยกันคิดแล้วกันนะคะ
 
 
May 02

ทักทาย..ทายทัก ..... รักเธอ (เกี่ยวกันยังไงวะ)

 
 
  คิดถึงฉันไหม...ทำไมไม่มาหา
โอ้โห...เปิดเริ่องด้วยเพลงสมัยนีโน่ยังผอมเพียวอยู่เลย อิอิอิ
 
ไม่มีไรมากจ้า แค่เห็นว่าหายหน้าหายตาไปนาน กลัวว่าแฟนๆจะคิดถึง เลยเข้ามาทักทาย ทายทักกันนิดหน่อย
แต่ว่าวันนี้พอจะเข้าสเปซตัวเอง เจอปัญหาทางเทคกะนิคนิดหน่อย ตรงที่เวปมันช้ามากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เป็นสเปซหอยทากเลย น่าจะเป็นเพราะสไลด์ที่เราเอามาใส่ไว้
เลยถือโอกาสอำลาสไลด์ออกจากสเปซเลยแล้วกันนะ
ส่วนใครติดอกติดใจก้อตามไปดูได้ใน hi 5 ของเราตามลิงค์ด้านล่าง อิอิ
 
 
ช่วงนี้ไม่ได้พากิน พาเที่ยวเลยน๊อ..แต่คงไม่ได้พาไปอีกนานล่ะ เพราะเรากำลังมุ่งมั่นกับความผอมของเรา อิอิ
ตอนนี้เรากะโจ้ พากันว่ายน้ำวันเว้นวันนะ จะได้ผอมไวๆ
แต่เราน่ะ ไปว่ายน้ำ ก้อแช่น้ำอย่างเดียว ไม่ค่อยได้ว่ายหรอก ขี้เกียจ 55555
แล้วที่สำคัญ เริ่มว่ายกันมาซักพักแล้ว ยังไม่เห็นว่าความอ้วนมันจะลดลงไปตรงไหนเลย มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นอีก
โอ้ยๆๆๆๆ...ก้อลองคิดดูสิ ว่ายน้ำ 6 โมง - เกือบๆ 2 ทุ่ม (ฟังดูน่าจะผอมใช่มะ) แต่ขอโทษนะ
กำลังว่ายๆ อยู่ ยังไม่ทันขึ้นจากน้ำ โจ้ก้อเริ่มถามแระ เดี๋ยวเราไปกินไรกันดีอ่ะ
ดูสิๆๆๆๆ จะผอมกันมั้ยเนี่ย
 
แล้วทุกวันหลังจากว่ายน้ำเสร็จก่อนส่งเรากลับบ้าน ต้องแวะหาไรกิน
ขี้หมูขี้หมาก้อต้องข้าวต้มน่านแหละ
ไม่ได้การ...เห็นท่าว่าจะว่ายน้ำเสียเปล่า เราเลยทำสนธิสัญญากันใหม่
ว่าต่อไปนี้หลังจากว่ายน้ำเสร็จแล้ว เราจะไม่กินข้าวกันแล้ววว
--เพื่อ--
 
ความผอมของเรา 
 
ช่วยเป็นกำลังใจให้เรา 2 คนด้วยน๊า สหายทั้งหลาย
เอ๊....ว่าแต่ว่านัดกันคราวหน้า พวกเราจะไปกินไรกันดี
5555555555
 
 
February 20

~~**update สถานการณ์**~~

 
โอ้โฮเฮะ...เหม็นของหมักดอก 555 จะอัพเดทหลายที แต่ไม่สำเร็จซักที พอดีว่ามีของเล่นใหม่ เลยจัดการทำให้เสร็จ

ทีแรกตั้งชื่อ blog นี้เอาไว้ว่า

~Honeymoon Rehearsal Trip ณ หมู่เกาะสุรินทร์ 555~

แต่ต้องเปลี่ยนชื่อเพราะว่าจะเล่าอีกหลายเรื่องมากมาย แล้วก้ออีกหลายทริปด้วย อิอิ

เริ่มกันเป็นฉากๆ เลยแล้วกันนะ

พุธ 17 - อาทิตย์ 21 มกรา 07::::::::: ลันลา ลันลา หมู่เกาะสุรินทร์

ผ่านไปอย่างงดงาม สำหรับทริปซ้อมฮันนีมูนที่หมู่เกาะสุรินทร์ 55555

กว่าจะได้ไปกัน เล่นเอาแทบแย่เหมือนกัน แต่สุดท้ายก้อผ่านพ้นไปด้วยดี

เป็นทริปที่เราตั้งชื่อกันก่อนไปว่า ทริปนมเหี่ยว เพราะว่าดูจากโปรแกรมแล้ว

มีแต่ดำน้ำๆๆๆ แต่พอไปจริงๆ ก้อไม่แย่นัก เพราะเค้าให้ดำที่ละนิดละหน่อย

ไม่ถึงกะเหี่ยวว เอิ๊กกกก

ทริปนี้ "หมู่เกาะสุรินทร์" น่าจะเรียกว่า Honeymoon Rehearsal ได้จริง

เพราะไปกันทั้งหมด 4 คู่ก้อมี หนุ่ย+นุ่น กัม+มด เก๋+ปู แล้วก้อเรากะโจ้

การเดินทางครั้งนี้ก้อแสนสบายนักหนา เดินทางด้วยรถตู้ไฮโซ

บ๋าย บาย บางกอกกันตั้งแต่คืนวันพุธ กลับมาอีกทีก้อเช้าวันอาทิตย์เลยอ่ะ

ทริปนี้ adventure เล็กน้อยตรงที่ต้องนอนเต๊นท์น่ะหรอ ขอบอกว่าร้อนมั่กๆ

นอนไปพัดไป แต่ก้อมันไปอีกแบบ พูดถึงทะเล ก้อใสนะ แต่เราคันๆๆๆๆๆๆ

ไม่รู้เป็นเพราะไร คนอื่นๆ ก้อเป็น ปะการังก้อสวยน้อยกว่าที่หวังไว้ น่าจะเป็น

ผลมาจากสึนามิ ส่วนที่เปลี่ยนไปเพราะสึนามิอีกอย่างก้อคือ ชีวิตของชาวมอแกน

ที่เปลี่ยนไปเป็นฟู่ฟ่า ใส่ทอง ดูสเตอริโอ ติดยูบีซีกัน แทบทุกบ้านเลย เฮ้อ...!!!

ก่อนกลับกรุงเทพ พวกเราได้แวะที่ระนองเพื่ออาบน้ำแร่กันด้วย ดีมั่กๆ

แล้วอาหารมื้อสุดท้ายก่อนกลับเนี่ย ได้ใจพวกเราไปเต็มๆ เพราะว่าอาหารที่

บริษัททัวร์เค้าสั่งให้เนี่ย ไม่พอยาไส้โตๆ ของพวกเราเลย 55 ดังคาด พวกเรา

ก้อจัดการสั่งอาหารมาอีกเต็มโต๊ะ แต่แล้วค่าอาหารส่วนเกินนั้นน่ะ บริษัททัวร์

เค้าก้อออกให้พวกเราด้วย น่ารักที่สุด--เพื่อนท่องเที่ยว--

 
 

วาเลนไทน์ 14 ก.พ. 50- - First year couple Valentine Day Celebration - -

วาเลนไทน์ปีนี้เป็นปีแรก อิอิ ที่ฉลองด้วยกัน

ก้อไม่ได้มีไรพิเศษ จะมีก็แต่ช่อดอกไม้น่ารักมั่กๆ ส่งมาถึงออฟฟิสเลย กริ้วววววว

หน้าตาของดอกไม้ก้อดูได้จากรูปนะจ๊ะ ถูกใจๆๆ ทั้งกุหลาบขาวและลิลลี่เลย

จะว่าเซอร์ไพร์สก้อนิดนึงนะ แต่ฟามลับของโจ้แตกก้อเพราะว่าพี่ที่ออฟฟิสเรา

แอบไปเห็นชื่อเราแปะอยุ่ที่ดอกไม้ในร้านใต้ตึกซะก่อน เราเลยเดาได้ว่า ใครเป็นคนส่งมา

ส่วนการเฉลิมฉลองของเรา 2 คน ไม่มีไรหวีดๆๆ มีแต่กินๆๆ แล้วก้อกิน 555

ทีแรกโจ้ชวนไปใบหยก เราก้อตอบรับโดยไม่ลังเล แต่หน็อยแน่ะ ดันถือโอกาสขึ้นราคาตั้งเท่าตัว

เราเลยไม่ยอม เปลี่ยนไปกินที่ร้าน Be My Guest แถวๆ ฮิลตัน มิลเลนเนี่ยม

ตรงคลองสานแทน อาหารก้อโอเค บรรยากาศดี เพราะอยู่ริมน้ำ

แต่ร้านนี้จริงๆ เน้นร้านเหล้ามากกว่า อาหารก้อเลยจานเล็ก แล้วอีกอย่าง วันเทศกาล

ก้อเลยรออาหารนานมากๆๆ แต่ว่าก้อเน้นนั่งเม้าฆ่าเวลา เลยไม่อึดอัดเท่าไหร่

ครบรอบครึ่งปี @ Bai Yoke Sky -- Stella Restaurant

555 ความพยายามไม่ลดละ ไม่ได้กินเมื่อวานก้อมากินวันนี้แทน

ตอนโทรไปจอง ย้ำแล้วย้ำอีกว่าไม่มีคนแน่ๆ จนพนักงานงง

ถามว่า วันนี้วันไรคับพี่ 555 วันของพี่ไอ้น้อง

ไม่น่าเชื่อ เผลอแวบเดียว ครบ 6 เดือนแล้ว เร็วจริงๆ

ขึ้นไปกินบนชั้น 79 โอ้โห รอลิฟต์ซะ นานชาติ

ถามว่าที่นี่โอเคมั้ย ถ้าเป็นอาหารน่ะ ไม่โอเท่าไหร่ เพระว่า

ไฮไลท์ อยู่ที่กุ้งแม่น้ำ กะซุปหูฉลามเท่านั้นเอง นอกนั้นก้อเฉยๆ

แต่ที่ทำให้รุ้สึกไม่เสียดายเงินก้อตรงชั้น 83 ที่เป็นจุดชมวิวน่ะ

โอ้โห หมุนได้ 360 องศา เห็นกรุงเทพรอบทิศ เรากะโจ้

ยินหมุนไปหมุนมา อยุ่ 5 รอบได้ 55555 เอาให้คุ้มเลย

อ้อๆๆ ลืมเล่าไป กินข้าวกันอยู่ดีๆ ก้อมีนักดนตรี เดินมาแวะโต๊ะเรา

เล่นเพลง When You Say Nothing At All ให้เป็นของขวัญ

ไงละ โรแมมติกซะ แต่เรา 2 คนแทนที่จะดูดดื่มกะบรรยากาศ

นอกจากชั้นจะนั่งซดน้ำซุประหว่างฟังเพลงแล้ว

เรา 2 คน ยังนั่งฟังด้วยความสงสัยว่า ถ้าเค้าเล่นจบแล้ว

เราต้องทำไรให้ป่าว อย่างให้ทิปนิดหน่อยเป็นสินน้ำใจ

แต่เอาเข้าจริง ทุ่มให้หมดตัวเลยด้วยเสียงตบมือ เปาะๆ แปะๆ

ขำๆ กันไป 5555

~Story by Amp~

ปล ต้องขออภัยมิตรรักแฟนเพลงที่รอติดตาม ทิ้งกันไว้แสนนาน แล้วแถมกลับมาเขียน ยังไม่ค่อยมีมุขฮาๆ นะจ๊ะ ช่วงนี้คิดมุขไม่ออก ผลิตไม่ทัน เอิ๊กกกกก

January 10

:::::มาเขียนให้หายคิดถึง:::::

ห่างหน้าหายตาไปซะเพลาเลย คิดถึงกันแล้วใช่ม๊า
ไม่ต้องปฏิเสธเลย เค้ารู้นะว่าตัวเองทั้งหลายน่ะคิดถึงเค้า อิอิอิ
 
ตอนนี้เค้าก้อไม่ค่อยว่างอ่ะ งานยุ่งมากมายมหาศาลบานตะไท
ทำงานมา 2 ปี ก้อมีช่วงก่อนปีใหม่นี่แหละ ที่วุ่นจริงๆ ตอนนี้โต๊ะเรานะ ถ้าใครได้มาเห็น โอ้วพระเจ้าจอร์จ กองขยะดีๆ นี่เอง 555 กุน-ละ-สัตว์-ตี อย่างชั้นต้องรอฤกษ์ก่อนถึงจะจัดได้ ก๊ากกกกก
 
ที่ผ่านมาทำไรไปบ้างน๊า คิดก่อน....
อ้อ ได้ไปเที่ยวมา พัทยา อีกละ ไปพักที่ Garden Cliff (เครือโซฟิเทล) หรูสาดดดดด ไม่เห็นแขกคนไทยเท่าไหร่เลย ซัก 10 เปอร์เซ็นต์ได้ นอกนั้นชาวต่างประเทศทั้งนั้น ไฮโซมั้ยล่า แต่ที่ได้ไปเนี่ย ไม่ได้รวยนะ แต่ว่าได้บัตรที่พักฟรีของ Accor แล้วเราเคยไปสัมมนาที่นั่นเลยได้ rate แสนถูก ถูกกว่าราคาจิงๆ ตั้งหลายเท่าตัว ไม่ได้อย่างนี้ชั้นกางเต๊นท์นอนริมหาดนั่นแหละ 555555
 
ทริปนั้น ไม่มีไรเลย ชิลๆๆ สุดๆ กินกะนอน นอนกะกิน เท่านั้นจริงๆ เพราะอากาศหนาว เล่นน้ำไม่ได้ เย็นสุดขั้วเลย ออกไปเที่ยวเล่น ทั้งพัทยาเหนือ กลาง ใต้ แล้วก้อไปเที่ยว Aquarium พัทยามา สุดตีนอ่ะ 180 บาทที่เสียเงินไป เดินๆ ลอดช่องไป ตดไม่ทันหมดกลิ่น ครบแระ ไรฟะ หัวเสียๆๆๆ แต่ก้อเหอะ ประสบการณ์
 
กลับจากพัทยาปุ๊บ...จิ๊งหน่องนัดกินข้าวปั๊บ หอบหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าทุลักทุเล บ้านนอกมาก มาเดินพารากอน 555
แต่กลัวซะที่ไหนล่ะ ก้อกินร้านกะต๊ากกัน ใครมาบ้างน่ะหรอ
กุ๋ม เจ๊ใหญ่แม่งาน - หนิง - หน่อง - ลูกปลา (สามทหารเสือ) - แอ๊น - เก๋ - อิ๊คคิว (ฟอร์เอเวอร์ เบ๊)
งานนี้มีการจับของขวัญกันด้วย คอนเซ็ปต์ที่ว่า บ่งบอกความเป็นตัวเองให้มากที่สุด แต่เราน่ะ เพิ่งกลับมาหมาดๆ หาซื้อของไม่ทัน ก้อเลยไปแต่ตัวและหัวจายย
แต่แค่นั่งดูพวกมันจับกัน ก้อฮาแระ ขำๆ กันไป เสร็จแล้วก้อไปเดินถ่ายรูปกันอีกที่หน้า Central World (ตอนนั้นยังไม่โดนระเบิดนะ) สวย ใส ไฮโซกันเป็นแถวเชียว
 
หลังจากนั้น ก้อเป็นช่วงปีใหม่ หมาไป หมูมา หมูปีนี้ดุซะด้วยสิ ระเบิดทั่วเมืองทำให้หงอยไปซักเล็กน้อย แต่ก้อไม่ไร เพราะเราไม่ได้มีแพลนไรพิเศษเท่าไหร่ วัน Count down ก้ออยู่บ้านขำๆ พอวันที่ 1 บ้านเราเลี้ยงพระทำบุญตักบาตร แล้วก้อไปบ้านย่า ก้องั้นๆ ไม่ค่อยหนุกเท่าไหร่ ไม่แนวๆ
วันที่ 2 ไปไหว้พระ 9 วัดกะโจ้และครอบครัว ไม่น่าเชื่อว่าเราทำได้จริงๆ ครบ 9 วันเป๊ะๆๆ พอดิบพอดี ปีนี้ ททท. ทำเก๋นะ มี passport อารามหลวงด้วย เราน่ะได้เกือบครบเลย ขาด 2 วัน คือวัดสระเกศ (หรือภูเขาทอง) เพราะเราไปที่ศาลหลักเมืองแทน อีกทีนึงก้อวัดกัลยา เพราะว่าเราไปถึงตอนที่เค้าปิดโต๊ะไปแล้ว ก้อไม่เป็นไร หุหุหุ ได้บุญ อิ่มใจ
 
แล้วทำไรต่อหว่า.......... อ่อ กินข้าวกะวิดวะไง โออิชิ บุฟเฟ่ต์ กินกระฉูดตูดปลิ้น กลิ้งกลับบ้านเลยเรา
งานนี้มีจับของขวัญอีกแล้ว คราวนี้เน้นหนุ่มๆ วิดวะ ของขวัญเลยเป็นแนว ฮากระจาย แล้วก้อไม่ผิดหวังครับท่านผู้ชม ฮาจริๆ
โจ้ - กัม - มอส - ต่อ - นิด - บี - เจ - แตง -น้องมน - ปู - เก๋ - กุ๋ม - แอม
ไงล่ะ รวมดาวใช่ม๊า แต่ละคน อิอิอิ ของที่เอามาไม่ต้องพูดถึง
ใครได้ของใครจำไม่ได้แล้ว แต่ของที่เห็นๆ ก้อมี Boxer 2 เจ้า / เครื่องชั่งน้ำหนัก / Set อาหารหมา / เครื่องสังฆทาน / ปลอกหมอนพร้อมคาถาสุดฮา / etc........
 
นอกนั้นก้อไม่มีไรแล้ว จะมีก้อทริปเล็กทริปน้อย ที่เพื่อนๆ ไม่ได้ไปด้วย คือชั้นไปหวีดๆๆๆ กัน 2 คน อ่ะนะ 55555
นอกจากไปดูหนัง ที่ไปประจำ กับ กิน ที่กินประจำแล้ว ล่าสุด เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เราต้องเข้ามาทำงานที่ออฟฟิส ก่อนเข้าก้อเลยว่าจะไปวิ่งที่สวนรถไฟ แต่วิ่งไม่ไหว 55 เลยเปลี่ยนแนวเป็นปั่นจักรยานกันแทน หนุกมากๆ แล้วโชคดีที่วันนั้นอากาศไม่ร้อนยันเที่ยงเลย เป็นบุญจริงๆ ไว้จะไปอีก ใครจะไปด้วยกันบอกได้น๊า เค้าไม่หวงหรอก
 
---- จบแระ ----
 
จบมันทื่อๆ แบบนี้แหละ ต้องขออภัย ที่บล็อคนี้มิค่อยฮา เนื่องจากคนเขียน บ่มีอารมณ์น่ะจ้า
งานยุ่ง แล้วก้อเซ็งไรไม่รู้ เล็กน้อย ไม่ค่อยอยากทำไร
ขี้เบื่อ และ หงุดหงิดง่าย (สงสัยจะเข้าสู่วัยทอง) 555555
 
รักทุกคนนะ แล้วเจอกันใหม่ เมื่อมีอารมณ์คิดมุขฮา
 
 
November 06

^o^เกาะสวาท..หาดสวรรค์^o^ Episode II

อ่านภาคแรกจบแล้วใช่ม๊า เล่าไว้ถึงไหนแล้วน๊า....อ้อกินของว่างเสร็จ จากนั้น
 
 พะหัส 21 ตุลา 
  • 16.30  ท้องอิ่มแล้วเราก้อไปพายเรือกันต่อ เรือคายัค เกิดมาก้อเพิ่งจะเคยนั่งหนแรกนี่แหละ เรานั่งกะโจ้ น้องเค้าก้อสอนวิธีพาย ไม่ยากอย่างที่คิดนะ พายไปเรื่อยๆ พร้อมหน้ากากสน๊อกเกิ้ลคนละอัน พอเราเมื่อยก้อแกล้งหยุดพายเฉยๆ (มันเมื่อยจริงๆ นะ เมื่อยแขนโคตร ยิ่งคนรักการออกกำลังกายเข้ากระดูกดำอย่างเรา ยิ่งเมื่อยเร็ว 55) พายเรือซักพัก ร้อนหน่อย เราก้อกระโดดจ๋อมลงน้ำ ที่เหมือนจะลึกเลย ดำผุดดำว่าย ทิ้งให้โจ้นั่งเฝ้าเรือ 55 พอแดดเริ่มอ่อนลง น้อง staff หวังดี บอกเรา 2 คนให้พายไปตรงกลางทะเล บอกว่า แถวนั้นปลาเยอะ แล้วก้อพระอาทิตย์ตกสวยมากมาย เราก้อเชื่อพายกันไป แล้วก้อไปเท้งเต้งอยู่กลางทะเล ลำอื่นๆ ไม่รู้หายไปไหนกันหมด คราวนี้เรามือไม่พาย แถมเอาเท้าราน้ำ นั่งเล่นเฉยๆ ซะอย่างนั้นปล่อยให้โจ้พายไปคนเดียว เรา 2 คนอยู่รอจนพระอาทิตย์ตกน้ำหายไปนั่นแหละ ถึงรู้ตัวว่าอยู่กลางทะเล คราวนี้ไม่มีแสงไรช่วย แล้วทะเลตอนกลางคืน น่ากรัวววว จะตาย โจ้จ้ำเอาๆๆ ยังกะแข่งเรือพาย แป๊บบบเดียว เรือก้อมาเทียบท่า
  • 18.30  อาบน้ำอาบท่าเสร็จ ก้อได้เวลากินอีกแล้ว มื้อนี้เป็นมื้อสุดเซอร์ไพร์สเลย เค้าจัดเป็นบาร์บีคิวซีฟู้ด ตอนที่รู้เราก้อคิดว่าคงเป็นบุปเฟ่ต์ที่ต้องรีบๆไป ไม่งั้นของดีๆ จะหมด ที่ไหนได้ ไม่ใช่อย่างที่คิดเลย เค้าจัดเป็นสัดส่วนอย่าง โต๊ะแต่ละตัวจัดตามจำนวนคนในกลุ่มเลย แล้วอาหารจะมาเสิร์ฟต่อเมื่อเรานั่งโต๊ะ เสิร์ฟร้อนๆ กินไม่อั้น อาหารแต่ละอย่างสดๆ ใหม่ๆ ดีๆ ทั้งนั้น เรากินกันลืมความอ้วนไปเรยยยยยยยย ยะฮู้!!!!!!! กินเสร็จกลับไปนั่งเล่นในบ้านพัก กะว่าเดี๋ยวจะออกไปนั่งเล่นที่บาร์ซักกะหน่อย แต่เราง่วงนอน เลยหลับไปเรยยยยยย

  ศุกร์ 22 ตุลา

  • เช้าวันนี้ตื่นรับอรุณไม่ทัน แงๆๆ ก้อตื่นสายน่ะสิ นอนก้อเร็วนะ แต่หลับเพลินมากมาย ตื่นมารีบอาบน้ำ ออกมากินอาหารเช้า (กินอีกแล้ว)  อาหารเช้าวันนี้ก้อคล้ายๆ ก้อเมื่อวาน กินไปไม่มากมายเท่าไหร่ เพราะเดี๋ยวจะออกไปดำน้ำ กลัวจะจุก พอกินเสร็จเราก้อไปเปลี่ยนชุดเตรียมดำน้ำ (ขอบอกว่า ทริปนี้ชุดเราเหลือเฟือมากมาย....เห็นป่าว มีชุดใส่กินอาหารเช้าด้วย ไฮโซซะไม่มีอ่ะ)
  • 10.00 ลงเรือไปดำน้ำกัน พี่ต้น เจ้าของรีสอร์ตพาไปเกาะนึงเล็กๆ ไปสอนคนที่ไม่เคยดำน้ำเลยให้ใช้อุปกรณ์ ที่เกาะนี้ เราได้รู้จักกับ "ตัวปืนฉีดน้ำ" จะอะไรซะอีกล่ะ ไอ้ตัวปลิงทะเลดำทะมึนนั่นแหละ พี่ต้นเค้าเห็นกลัวกันนัก ก้มลงไปหยิบมันขึ้นมา พอบีบตรงตัวมัน น้ำก้อพุ่งออกมาเหมือนปืนฉีดน้ำเลย แต่ไม่น่ารักขนาดคิดจะจับมาเล่นเองหรอกนะ อึ๋ยๆๆ พอชินกะการใส่หน้ากากกันแล้ว เค้าพาเราไปดำน้ำกันที่เกาะไรหว่า.....เรียงไม่ถูกแระ จำได้ว่าเกาะทั้งหมดที่ไปวันนั้น มีเกาะยักษ์ เกาะรัง แล้วก้อกินข้าวบนเกาะนึงอ่ะ หายทรายขาวๆ เจ๋งมากมาย สำหรับคนที่ไม่เคยดำน้ำมาก่อน ไม่ต้องกลัวเรย เพราะทางรีสอร์ตเค้ามี staff ตามดูแลตลอด น่ารักมาก น้ำทะเลที่นี่ใส๊ ใส แล้วก้อปลาเยอะ แถวเสม็ดนี่ชิดซ้ายตกตะพานไปเรย ปลาทะเลมากมายตอดหน้าตอดแขนเราจนจั๊กกะจี้ไปหมด ได้เห็นแมงกระพุนระยะประชิดเลยนะ น่ากรัว แต่ก้อประทับใจ ยวบยวบๆๆๆ ผ่านหน้ากากไป เสียดายที่อดเห็นนีโม ได้เห็นก้อแค่ผองเพื่อนของมัน ก้อยังดี ปะการังที่นี่ก้อยังสวยอยู่ ไม่โดนทำลาย สีก้อสด ดำน้ำกันถึงประมาณบ่าย 3 ก้อกลับที่พัก
  • 16.00 กลับถึงที่พัก อาหารว่างรอเราอยู่อีกแล้น จริงๆ เราแอบรู้ตั้งแต่ก่อนไปแล้วล่ะว่าวันนี้จะมีไรให้กิน อิอิอิ น้องเด็กแนวคงเห็นว่าพวกเรา enjoy eating กันทุกมื้อเลยเอามาบอก วันนี้มีส้มตำปูม้า อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก สุดยอด แซ่บบบบบ แล้วก้อน้ำมะพร้าว ขนมหวานอีก 2 อย่าง โอ้ยกินกันพุงโตแล้วโตอีก พอพุงไม่เหลือที่ว่างก้อไปอาบน้ำ แล้วออกมาเดินเล่นถ่ายรูปรอบๆทีพักกะโจ้ แล้วก้อนอนเล่น ฟังเพลงกัน และได้รู้จักกะเพื่อนใหม่ด้วย "น้องข้าวปุ้น" หมาดำตัวน้อย สนิทกะโจ้มากกว่าเรา เพราะมันอาจจะคุยภาษาเดียวกัน อิอิอิ โชคดีมากเลยที่เราไปพายเรือดูพระอาทิตย์ซะตั้งแต่เมื่อวานนี้ เพราะวันนี้ฟ้าปิด เมฆเยอะ มองไม่เห็น (สมน้ำหน้าคนอดดู คริกๆ) นอนผึ่งพุงกลมๆ กันอยู่ 2 คน ได้เวลาอาหารเย็นอีกแระ เมนูเปลี่ยนไปนิดหน่อย แต่ยังเน้นซีฟู๊ด full option เหมียนเดิม แซบร้ายกาจมาก ข้าวไม่ทันเรียงเม็ดดี น้องเด็กแนวเดินมาชวนไปดุหิ่งห้อยที่ป่าชายเลน พวกเรารีบกระโดดลงเรือทันที เสียดายที่หิ่งห้อยยังน้อยไปนิด แต่ดีกว่าไม่ได้เห็น แล้วก้อได้เห็นพรายน้ำด้วย วอบแวบๆ อยู่บนผิวน้ำ ตื่นตา พอกลับมาถึงที่พัก เราก้อไปนั่งเล่นชิลๆๆ ที่บาร์ น้องพนักงาน พอเห็นเรารีบกุลีกุจอจุดเทียนมาเพิ่มความโรแม๊นนนนนนส์ นั่งเพลินมากๆ อยากอยู่ต่ออีกซักเดือนนึง แต่พรุ่งนี้ก้อต้องกลับแระ ว๊า

 เสาร์ 23 ตุลา

  • งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา เฮ้อไม่อยากกลับเรย เช้านี้ตั้งใจว่าจะตื่นมารับอรุณให้ทันนะ แล้วก้อตื่นจริงๆ แต่ตื่นมากดนาฬิกาแล้วนอนต่อนะ 55 เอาน่า ก้อมันเพลียนี่นา แต่เราไม่โอ้เอ้เหมือนเมื่อวานนี้นะ รีบแต่งตัวเก็บของแล้วก้อออกมาสำรวจบริเวณที่พัก แล้วก้อถ่ายรูปตามธรรมเนียม คุยกะโจ้ว่า ตั้งแต่เที่ยวมาเนีย ประทับใจที่นี่มากที่สุด เลยคุยกันว่า เราจะมาที่นี่กันปีละครั้ง ชวนเพื่อนๆ มาด้วย ใครสนใจบ้าง
  • 9.00 ได้เวลาเรือออกแล้ว ไม่อยากกลับอะ แต่เห็นคนที่เพิ่งมาถึงแล้ว กลับก้อได้ เพราะว่าเรากลับวันที่เป็นช่วงเริ่มของ long weekend พอดี คนมหาศาล มากันจากไหนไม่รู้ เจ้าของหุ้นส่วนอีกคนนึงบอกว่า น่าจะมากกว่าตอนเราไป 2-3 เท่าเห็นจะได้ ไม่ชอบอ่ะ เยอะเกินไป แนะนำว่าใครที่อยากจะไปพัก ควรไปวันธรรมดาจะได้บรรยากาศมากกว่า
  • 10.00 เรือถึงท่าโดยปลอดภัย เรามองหาพี่อนันต์คนเดิม เอ๊ะไม่เห็นมี หรือว่าเค้าจะลืม ป่าวหรอก พี่อนันต์เค้าฝากให้เรากลับกะรถตู้ที่มาส่งคนจาก กทม. เพราะว่าเค้าจะต้องกลับอยู่แล้ว เรากลับด้วยก้อ win-win อีกอย่างค่ารถก้อถูกกว่ารถทัวร์ 7 บาท 555555 แต่ไม่ต้องไปรอเที่ยวรถ แล้วก้อนั่งสบาย ถึงเร็วกว่า
  • 15.30 (ถ้าจำไม่ผิด) รถตู้มาส่งพวกเราที่เอกมัย เรากะโจ้ก้อแยกไปหาไรกิน (อีกแระ) เราไปกินร้านสบายใจไก่ย่างในซอยเอกมัย ก้ออร่อยเป็นอย่างๆ OK อ่ะ

เป็นการปิดท้ายทริป เกาะสวาท...หาดสวรรค์ ให้ปิดตัวลงอย่างสวยงามมมมมมม ครั้งต่อไป เตรียมตัวไว้ เราจะไปกันเดือนกุมภา' ต้นปีหน้า ใครพร้อมเตรียมเก็บตังค์ แล้วไปด้วยกันเรยยย

::: Story by Amp :::

October 26

^o^เกาะสวาท..หาดสวรรค์^o^ Episode I

ทางสะดวกให้มาอัพเดทกันอีกแล้ว คราวนี้จะมาเล่าต่อเรื่องเที่ยวอ่ะจ้า เมื่ออาทิตย์ก่อน เราได้โอกาสลาพักร้อนไปเที่ยววววว กะเพื่อนเก่าที่ไม่ค่อยได้ไปไหนด้วยกัน ทีแรกทริปทำท่าว่าจะล่มซะแล้ว เพราะพวกมันจะไปเกาะช้างกัน ชาย 2 หญิง 1 (คือเราเอง) ไม่ไหวล่ะมั้ง เราเลยบอกลาทริปนั้น แต่อยู่ๆ มีสมาชิกเพิ่มมาอีก 1 คู่ชู้ชื่น แล้วเปลี่ยนสถานที่จากเกาะช้างมาเป็น เกาะกูด ชักลังเลก้อเลยเปลี่ยนใจแพ็คกระเป๋า ไปเที่ยวด้วย งานนี้โจ้ตามไปอารักขาด้วย 555 รวมสมาชิกก้อ 6 ชีวิตพอดี
 
 พุธ 18 ตุลา'49    :   
  • 23.30  ออกเดินทางจากเอกมัย วันพุธ ขึ้นรถรอบสุดท้ายเลย 5 ทุ่มครึ่ง ใช้เวลานั่งเมื่อยก้นอยู่บนรถ ก้อเวลาตี 4 พอดิบพอดี รถก้อมาถึงตัวเมืองตราด
 พฤหัส 19 ตุลา' 49 :  
  • 04.00 อากาศเช้านี้แปลกประหลาดมาก มองลงมาจากบนรถอากาศเหมือนหนาว ใครต่อใครแถวนั้นทำเป็นใส่เสื้อกันหนาว ยังคุยกันเลยว่าตายแน่แล้ว ไม่ได้เตรียมตัวมาเรยยย แล้วหมอกก้อลงหนามากๆ อากาศเหมือนอยู่บนยอดภูเลย แต่พอลงรถก้องง 'ไรวะ อากาศเฉยๆ มาก ออกจะร้อนหน่อยๆ ด้วยซ้ำไป 55  จากนั้นพี่อนันต์ใจดีจาก กัปตันฮุ๊ก รีสอร์ต ก้อมารับเราด้วยรถกระบะอย่างดี ไปทัวร์ตลาดยามเช้าเพื่อเดินเล่นฆ่าเวลา จริงๆ แล้วพี่เค้ารอซื้อของสดกลับเกาะตะหาก สังเกตตลาดที่นี่นะ เขียงขายหมู ขายเนื้อเยอะมากมาย ไม่รู้ถ้าเราเป็นลูกค้า คงตัดสินใจเลือกไม่ถูกว่าจะเข้าร้านไหนดี จากนั้นรถก้อมุ่งหน้าสู่ท่าเรือแหลมศอก ถึงที่นี่ก้อประมาณ ตี 5 นิดๆ
  • 05.00 มาถึงที่ท่าเรือ ฟ้ายังไม่สางเลย จะบอกว่าฟ้าที่นี่มองเห็นดาวชัดมากๆๆๆๆ เหมือนห้องดูดาวในท้องฟ้าจำลองเด๊ะๆ เลย แต่ดูเป็นดาวที่มีชีวิตมากกว่า พี่อนันต์ใจดีคนเดิม หากาแฟร้อนๆ  โกโก้ เตรียมไว้ให้พวกเราจิบรอเรือออกจากท่า หลังจากล้างหน้าล้างตา และกินกาแฟเรียบร้อยแล้ว เหลือบไปเห็นสะพานปลาทอดยาวเฟื้อยเลย ออกไปนั่งเล่น อากาศตอนเช้าดีสุดๆๆ สูดเข้าไปจนปอดงี้พองโตเลย รออยู่ไม่นาน ซัก 6 โมงจิ๊ด  พระอาทิตย์ก้อโผล่พ้นขอบฟ้ามาทักทาย เราก้อยังนั่งรับวิตามิน ดี ไปเต็ม พอเริ่มสายหน่อย ก้อมีกรุ๊ปอื่นๆ ทะยอยตามมาสมทบกะพวกเรา
  • 07.00 ได้เวลาลงเรือกันแล้ว เรือที่มารับเป็น Speed Boat อย่างดี นั่งกันได้ร่วม 20 ชีวิต เรือเร็วใช้เวลาฝ่าฝูงคลื่น โต้ลมทะเล ประมาณ 50 นาที ตลอดทางใครต่อใครเค้าตื่นตาตื่นใจกะวิวทะเล แต่โจ้ไม่รู้มันง่วงเหงาหาวนอนไรนักหนา หลับไปตลอดทางเลย ไม่ไหวๆ สิ่งที่เห็นได้ชัดของทะเลที่นี่ ก้อคือสีของน้ำทะเล เป็นน้ำเงินคราม จนเกือบจะเขียวอยู่แล้ว สวยมากๆ ยิ่งเวลาที่มองตามรอยเรือที่แล่นออกมาแล้วมีแนวคลื่นนิดๆ นะ ชอบๆๆๆๆ
  • 08.00 เรือมาถึงที่กัปตันฮุ๊กอย่างปลอดภัย ด้วยฝีมือของ พี่ต้น เจ้าของกัปตันฮุ๊ก ที่แสดงฝีมือเองเลย สุดยอด ก้าวแรกที่นี่ก้อทำเอาเราประทับใจไม่ลืมเลย บรรยากาศของที่พัก น่ารักมากๆ มีลานไม้กว้างๆ ยื่นออกมาหน้าหาดส่วนตัว ที่มองลงไปเห็นปลาตัวเป็นๆ ทั้งฝูงมารอรับเศษขนมปังจากนักท่องเที่ยว ยังพูดกะโจ้อยู่เลยว่า ให้ความรู้สึกเหมือนให้อาหารปลาหน้าวัดเวลาไปทำบุญเลย แต่นี่ไม่ใช่แค่ปลาสวายนะจ๊ะ เป็นปลาทะเลไฮโซซะด้วย จากนั้น staff ของที่นี่ ที่แต่ละคนดูเป็นเด็กแนว สไตล์เด็กศิลปากร ทั้งน้าน แต่ขอโทษ มารยาทนี่ฝึกมาอย่างดี สุภาพ พูดจาดีมากมาย take care เหมือนให้ความรู้สึกว่าเราเป็นลูกค้าวีไอพี ยังไงยังงั้นเลย มาถึงไม่ต้องทำไร อาหารเช้าก้อรอเสิร์ฟพร้อมอยู่แล้ว กินนเต็มที่เลยเรา 5555 ก้อหิวนี่นา อาหารที่นี่ก้อมีทั้งแบบ อเมริกัน ไทย จีน มีหมดทุกอย่าง ให้เราเลือกสรร สายแข็งอย่างพวกเรา หุหุหุ กินมันทุกชาติที่เค้าจัดมาให้น่านแหละ
  • 09.00 หนังท้องตึงแล้ว ได้เวลาที่น้อง staff จะพาพวกเราไปส่งที่บ้านพัก  บ้านของที่นี่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากๆ บ้านอยู่ในอ้อมกอดของต้นไม้ใหญ่ๆทั้งนั้นเลย (แวบนึงคิดว่า คุ้มจริงๆ มาทะเล อยู่บนเกาะ แต่บ้านให้อารมณ์รีสอร์ตกลางป่า) เก็บของเข้าที่ อาบน้ำอาบท่า เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว เราเกิดอาการง่วงนอนขึ้นมาทันที  เลยจัดการ ขึ้นเตียงนอนหลับไปซะ 1 ตื่น อิอิอิ (กินเสร็จก้อนอน ไม่อ้วนเอาไงไหว) ไม่รู้คนอื่นจะไปทำไรก้อช่าง เราจะน๊อน เราจะนอน เพราะไอ้การที่จะออกไปถ่ายรูปตอน 1 0โมงก่าๆ ที่แดดเปรี้ยงอย่างนั้น ก้อคงไม่สวย จะไปเดินสำรวจที่พัก ก้อยังมีเวลาอีกหลายวัน ดังนั้น การนอนจึงเป็นกิจกรรมที่ดีที่สุด เพราะกว่าจะถึงเวลานัดอีกทีก้อมื้อเที่ยงโน่น

  • 12.00 ได้เวลากินอีกแล้วววววววววววววว  ออกมารอที่ลานเป็นกลุ่มแรกเลย แสดงให้เห็นว่าเราน่ะ เรื่องกินเรื่องใหญ่ อิอิ อาหารเที่ยง ประทับใจอีกแล้ว มากมายเหลือจะนับ ตอนนี้จำได้แต่ว่าอิ่มมากๆ กินๆ เม้าๆ อยู่ดีๆ มีเหตุการณ์ประทับใจอีกแล้ว น้อง staff เด็กแนว (ที่เรามารู้วันกลับว่า เค้าชื่อน้องวิทย์) เดินมายืนกุมมืออยู่หน้าโต๊ะเราเพื่อ brief โปรแกรมช่วงบ่ายให้เราเตรียมตัว โอ้ว...สุดยอดเรยยย ----( ตอนที่อ่านในกำหนดการ จินตนาการภาพตอนนี้เอาไว้เหมือนเข้าค่ายลุกเสืออ่ะ ที่นั่งล้อมวงในห้องประชุมไรซักอย่าง แล้วมีคนพุดยืนเล่าโน่นนี่อยู่หน้าห้อง แต่นี่ผิดคาดเรยยย)---- พออิ่มแล้ว เรากลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันพร้อมเล่นน้ำตก เย่ๆๆๆๆ อ้อๆ ลืมพูดถึง หมาเกาะ มีน้องหมาน่ารักมากมาย เป็นอัลเซเชียนผสมลาบาดอร์ สีดำและน้ำตาล 2 ตัว เก่งกาจในการว่ายน้ำมาก มันดูเป็นน้องหมาที่ฟามสุขที่สุดตั้งแต่เราเคยเห็นมาเรย
  • 14.00 พร้อมแล้วครับผม กระโดดลงเรือพร้อมเสื้อชูชีพ ล่องป่าชายเลนไปแป๊บบบเดียว เดินเท้าต่ออีกร่วมๆ 2 กิโล ถึงน้ำตกคลองยายกี๋ น้ำใสไหลเย็น เห็นปลาตอด จ๊วบบบๆๆๆ 555 มองซ้ายมองขวา จ๋อมมมม กระโดดลงแช่ในน้ำตกเรียบร้อย เย็นชุ่มฉ่ำชะมัดเรย ลอยคอให้ปลาตอดเล่นอยู่พักใหญ่ๆ พี่ๆ น้องๆ staff ก้อพาพวกเรากลับที่พัก ก้อเวลาร่วม 4 โมงเย็นพอดี
  • 16.00 กินอีกแล้วววววววววว อาหารว่างจ้า เป็นขนมหวานรสชาติอร่อยมากกกก ยิ่งเหนื่อยๆ มากินยิ่งชื่นจายยยยยยยยย สบายพุง

ปล....กิจกรรมหลังจากนี้ยังมีต่ออีกนะ แต่ภาคแรกขอพอแค่นี้ก่อนนะ มันชักจะเริ่มยาวเกินไปแล้ว แล้วเจอกันใน ^o^ เกาะสวาท..หาดสวรรค์ ^o^ ภาคจบนะจ๊ะ

บ๋าย...บาย

story by ::: AMP :::

October 24

~:::My Birthday Celebration:::~

ว่าจะมาอัพเดทซะตั้งนานแล้ว แต่ก้อไม่มีอารมณ์เลย จนผ่านมาจะเป็นเดือนแระ 55 กลัวจะนานไปกว่านี้ แล้วพอดีว่าช่วงนี้เจ้านายไม่อยู่ ทางสะดวก เลยมาเม้าดีก่า
เมื่อวันที่ 30 กันยาที่ผ่านมา เพิ่งเป็นวันเกิดครบ 20 ปีของเรา เอิ๊กกกกกกกก ล้อเล่นอ่า เบญจเพสแล้วตะหากล่ะ
ฉลองวันเกิดปีนี้ เป็นปีที่มีความสุขมากกกกกก อีกปีนึงเลยนะ ทีแรกคิดว่าต้องอยู่บ้านเฉยๆ ซะแล้ว เพราะว่าพ่อกะแม่ติดงาน โจ้เองก็ยังไม่แน่ว่า จะกลับมารึป่าว กะว่าถ้าไม่มีใครว่างก้ออาจจะต้องไปกะเพื่อนเก่าแทน แต่แร้วววว อิอิอิ โจ้ก้อกลับมา
 
ปีนี้ได้ไปฉลองมาหลายอย่างมากมาย แล้วเป็นการฉลองวันเกิดที่กินเวลายาวนานโคตรๆ 5555 วันเสาร์ที่ 30 ตอนเช้าตรู่เลย ไปย้อนอดีต ทำตัวเนียนๆ กะเด็กนักเรียน ดุดาวที่ท้องฟ้าจำลอง เป็นทริปแนะนำเลยนะ ได้ความรู้ ได้ความสนุกด้วย แค่คนละ 40 บาท สุดคุ้มจริงๆ ออกจากท้องฟ้าจำลอง ก้อไปกินอาหารญี่ปุ่นที่อากิโยชิ แถวพระโขนง เห็นใครต่อใครชมนักหนาว่าอร่อย แต่ไม่ถูกปากเราเท่าไหร่ เราว่ารสชาติมันประหลาดๆ น้ำจิ้มไม่ถึงใจเราเลย กินไปได้ติ๊ดเดียว แต่โจ้ไม่ต้องพูดถึง กินได้ถึงไหนถึงกัน
 
พอตกบ่าย ตั้งใจว่าจะไปไหว้พระ แต่ว่ามีงานด่วน เลยต้องพับโปรแกรมเก็บไป แล้ววันนั้นก้อแยกย้ายกลับบ้านตอนหัวค่ำ
 
วันอาทิตย์ที่ 1 ตุลา ทีแรกเรานัดกะเพื่อนเก่าเอาไว้ว่าจะไปเอาของขวัญ แต่ก้อยกเลิกไป โจ้เลยชวนไปเดินเล่นสยาม เดินพักใหญ่ๆ พอตกเย็นโจ้ตั้งใจจะชวนไปเป่าเค้กวันเกิดที่แอนนาคาเฟ่ แต่มันดันบอกว่าจะพาไปกินบะหมี่เกี๊ยวแถวสีลม ซะงั้น....สุดท้ายไม่ได้ไปไหน โจ้พาไปนั่งชิงช้าสวรรค์ roule de Paris ที่สวนลุมไนท์ ที่เราอยากเล่นมานานแล้ว เล่นครั้งเดียวไม่หนำใจ เบิ้ลอีกหนนึงเลยครับท่านผู้ชม กะว่าเอาให้เบื่อกันเรย แต่เราไม่เบื่อนะ กะว่ารอให้อากาศเย็นกว่านี้ว่าจะไปเล่นอีกซักหนนึง แต่ไอ้ชิงช้านี่มันก้อใช้ได้นะ แต่มันหมุนเร็วไปนิดนึงอ่ะ นั่งตดไม่ทันหายเหม็นเลย ลงแระ ไม่ไหวๆ
 
ยังครับ...ยังไม่หมดเท่านี้ หลังจากนั้นอาทิตย์นึงมั้ง เราลาพักร้อนพอดีกะโจ้ก้อลาเหมือนกันเพื่อไปสัมภาษณ์งาน ตอนบ่ายเลยว่างไปทำบุญกัน ที่วัดหัวลำโพง ได้ทำบุญโลงศพด้วย ดีๆๆๆๆ จากนั้นไปดูเรื่อง 13 เกมสยองมา ไม่ได้เรื่องเลย หนังไรไม่รู้ ไม่ค่อยชอบ
 
จริงๆ ยังมีต่ออีกนะ เป็นทริปสดๆ ร้อนๆ เลย แต่เอาไว้ก่อน พรุ่งนี้มาเล่าให้ฟังต่อนะก๊ะ
September 27

*:::เรื่องของความเป็นเพื่อน:::*

 
เรื่องเล่าว่า.... มีคน 2 คนเป็นเพื่อนซี้กัน..
ต่างร่วมเดินทางไปในทะเลทรายด้วยกัน...
ระหว่างทาง... เกิดโต้เถียงขัดแย้ง
ไม่เข้าใจกัน
เพื่อนคนหนึ่ง...พลั้งลงมือ...ตบหน้าอีกฝ่าย
คนถูกทำร้าย...เจ็บปวด...
แต่ไม่เอ่ยวาจาด...
กลับเขียนลงบนผืนทรายว่า
 
"วันนี้...ฉันถูกเพื่อนรักตบหน้า"
 
 
พวกเขายังคงเดินทางต่อ...
กระทั่งถึงแหล่งน้ำ
พวกเขาตัดสินใจอาบน้ำ...ชำระกาย...พลันคนที่ถูกตบหน้ากลับจมน้ำ...
เพื่อนอีกคนไม่รั้งรอ...เข้าช่วยชีวิตเพื่อนทันที
คนรอดตาย...ยังคงไม่เอ่ยวาจา้...กลับสลักลงไปบนหินใหญ่...
 
"วันนี้...เพื่อนรักช่วยชีวิตฉันไว้"
 
อีกคนไม่เข้าใจีวิต...ถามว่า...
"เมื่อถูกฉันตบหน้า...เธอเขียนลงทราย...แล้วทำไมเมื่อครู่...ต้องสลักบนหิน"
อีกคนยิ้มพราย...
กล่าวตอบ
 
 
"เมื่อถูกเพื่อนรักทำร้าย...เราควรเขียนมันไว้บนทราย
ซึ่งสายลมแห่งการให้อภัย...จะทำหน้าที่พัดผ่าน...ลบล้างไม่เหลือ
แต่เมื่อมีสิ่งที่ดีมากมาย... บังเกิด
เราควรสลักไว้บนก้อนหินแห่งความทรงจำในหัวใจ...
ซึ่งจะไม่มีสายลมแรงเพียงใด... ลบล้างทำลาย...."
 
 
September 21

วันเกิดของเรา-ปาร์ตี้สีฟ้า

ลัน ลั่น ลัน ล้า......เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ของกลุ่มพวกเราอีกครั้งนึง
เดือนกันยา' ทีไร เป็นประเพณีไปแล้วว่า เพื่อนๆ ต้องได้มาเจอกัน เพราะเดือนนี้กลุ่มเราเกิดกันหลายคน
ปีนี้รวบรวมเจ้าของวันเกิดได้ 5 พระหน่อ
--โจโจ้ กัม (4) -- เก๋ (16) -- นิด (20) -- แอม (30) ของแอมเนี่ยยังไม่ถึง เพราะฉะนั้น เลี้ยงวันเกิดไปแล้ว พอถึงวันจริง ใครลืมล่ะน่าดู 55
 
งานเลี้ยงจัดขึ้นที่ **ร้านบ้านกลางน้ำ** ร้านอาหารบรรยากาศไทยๆ ริมฝั่งเจ้าพระยา ครั้งนี้แทบจะเป็นครั้งแรกที่พวกเรานัดเจอกันใกล้บ้านเรา
เพราะปกติแล้วถ้ามีปาร์ตี้แบบนี้ทีไร ต้องตามใจหนุ่มๆ ไปร้านแถวๆ เรียบทางด่วนทุ๊กที (คราวนี้เลยได้ที ปฏิวัติซักหน่อย....555 กำลังฮิต)
 
นัดเจอกันบ่ายแก่ๆๆๆๆๆ 4-5 โมงเย็น กะว่าจะมานั่งกินบรรยากาศ ยามเย็น ดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกันก่อนกินข้าว ที่ไหนได้ นอกจากฝนตกซะจนฟ้าแทบจะถล่มแล้ว
เราเองกว่าจะมาถึงร้านได้ ก้อปาเข้าไปทุ่มกว่าเข้าไปโน่น งานนี้ขอมอบความผิดให้กัมปนาทแต่เพียงผู้เดียว อิอิอิ เพราะนอกจากจะมาซื้อของขวัญช้ามากๆ แล้ว
ยังจะต้องไปรับแฟน (เค้าเพิ่งพามาเปิดตัว เอิ๊กกกก) ที่บ้านอีกด้วย ดังนั้น ที่หลายๆ คนว่าแอมเปลี่ยนไป๊ แอมขอแก้ข่าวววววววววววววววววววว
 
งานเลี้ยงค่ำคืนวันนั้น เป็นราตรีสีฟ้า ปาร์ตี้สุดเก๋ของพวกเรา ทุกๆ คนก้อให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าจะมีแกะบางคน ใส่เสื้อเหลืองอ๋อยมาเลย เหมือนประชดกัน
แต่เหตุผลที่แท้จริงก้อคือ มันไม่รู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ อุตส่าห์ส่ง sms ไปให้ มันดั๊นคิดว่าเป็น junk mail ซะงั้น เวนกำ
 
แต่ที่แน่ๆ งานนี้ไม่รู้ว่างานวันเกิด หรืองาเปิดตัวกันแน่ เพราะเห็นหนุ่มๆ สาวๆ หลายคู่เหลือเกิน พากันมาเปิดตัวๆๆๆๆ (open body---เป็นศัพท์ของโจ้น่ะ 55)
ใครคู่ใครกันบ้างไปหาดู หาเดา กันเอาเองในอัลบั้มรูปแล้วกันนะจ๊ะ ไม่ยากหรอก 5555
 
อาหารการกินคืนนั้น คนมาก่อนได้เปรียบ กินกันอิ่มหมีพลีมัน คนมาทีหลังใช่ว่าจะน้อยหน้า แต่หลายๆ คนที่เคยกินเก่งๆ ก้อกินน้อยลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะ กัมมี่ ณ TT&T
พอมีแฟน ไหงเก็บปากเก็บคำไป กินก้อน้อย พูดก้อน้อย ช่วยชี้แจงแถลงไขกันที โจ้ก้อกินน้อย แล้วแถม ได้ของขวัญวันเกิดส่งท้ายเป็นอาการลมพิษใส่ เพราะกุ้งแม่น้ำแท้ๆ งานนี้เราเป็นฆาตกร เพราะเป็นคนเอาให้โจ้กินเอง...เอิ๊ก ก้อไม่รู้นี่นา ว่าแพ้ คิดว่าคราวก่อนมันบังเอิญ
 
งานเลี้ยงคืนนั้นตบท้ายด้วยการกินเค้กวันเกิดแสนอร่อย จากน้องแตง (โรงแรมมณเฑียรฯ) และเค้กจากส้ม (เพื่อนของเรากะโจ้) ที่เอามาให้ ขอบอกว่าอร่อยมากๆๆ ช็อกโกแล็ต ทั้งน้านเลย ถูกใจ แต่ปิดท้ายจริงๆ ก้อคือ เจ้าของวันเกิดแต่ละคน กระเป๋าเบากลับบ้านกันไปเป็นแถบๆ 5555555 ไม่เลี้ยงก้อเหมือนเลี้ยง เพื่อนๆ จ่ายมื้อนั้นกันเองอีกร้อยก่าๆ พวกเราจ่ายให้ คนละพัน ไม่เป็นไร เพื่อเพื่อน เราทำได้
 
ก้อตามธรรมเนียมในฐานะ 1 ในเจ้าของวันเกิด ต้องขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่อุตส่าห์มาร่วมงาน และหอบเอาของขวัญแสนจะถูกใจนักหนามาให้ อ้อลืมบอกไป แขกงานนี้ไม่ธรรมดานะจ๊ะ import มาไกลทั้งจากญี่ปุ่น และเยอรมันกันเลยทีเดียว
 
งานช้างซะขนาดนี้...น้อยกว่านี้ได้ยังไง จริงป่าว
 
แล้วเจอกันงานหน้า.....อ้อ บอกให้เตรียมตัวกันล่วงหน้าเลยนะ วันหยุดปิยะ นี้ ไม่จำเป็นอย่าทิ้งบ้านทิ้งช่องไปไหนไกลๆล่ะ ไม่ได้จะมีเหตุการณ์อะไรรุนแรงหรอก แต่ว่าเจ๊กุ๋ม สาวใหญ่ของเรา จะจัดงานขึ้นบ้านใหม่ เตรียมพุง...เอ้ย เตรียมตัวกันให้ดี ใครยังไม่ได้ซื้อกล่องข้าง+ปิ่นโต ก้อเตรียมๆ ไปหาซื้อกันเอาไว้แต่เนิ่นๆ ล่ะ แว่วมาว่า เจ๊แกจะเลี้ยงพวกเราเต็มที่เลย
เย่ๆๆๆๆๆๆๆๆ ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ ล่วงหน้าเลย....สงสัยงานนี้จะเป็นงานช้างของจริง.....อุ๊บส์!!!!!!!!!!!!!!!
 
แล้วเจอกันให้ได้นะ มิตรรักแฟนเพลงทั้งหลาย
August 28

*~:::กว่าจะรัก:::~*

 
ไม่ได้เข้ามาทักทายซะตั้งนาน งานก้อไม่ได้ยุ่งอะไรหรอกนะ แต่ไม่รู้จะเอาไรมาเม้าดี
ยิ่งอาทิตย์นี้นายไม่อยู่ทั้ง 5 วัน ว่างยิ่งกว่าเก่าอีกอ่ะ ว่าจะลาพักร้อนซักหน่อยดีกว่า เพราะว่าวันลาเหลืออีกเพียบเลย
 
แต่เช้านี้มาก้ออยากอัพอะไรใส่บล็อคซักหน่อย
คิดไรไม่ออกก็เลยเอาเพลงมาใส่
หาเพลงไรไม่ได้..ก็นึกถึงเพลงนี้ขึ้นมา เพราะเป็นชื่อ MSN ตอนนี้ของเราพอดี
 
ความนัย..ไม่ต้องรู้หรอก รู้แต่ว่าชอบเพลงนี้ก้อพอแระ 55555
ไอ้พวกวงใน วงนอกทั้งหลาย ไม่ต้องเม้านะ (รู้ทัน..อิอิอิ)
 
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
 
 ชื่อเพลง/Title : กว่าจะรักอัลบัม/Album : Ost. อุ้มรัก
ศิลปิน/Artist : วีรชัย รุจิตร



เนื้อร้อง

ใครเล่าจะรู้ ที่เราคู่กัน
นั้นเป็นเพราะบังเอิญ หรือฟ้าจงใจ
กำหนดจากฟ้า ให้เราชิดใกล้ แล้วใยสองหัวใจ
เหมือนยังไกลกัน

* สองคนไม่ลงตัว สองใจนั้นไม่ลงเอย
สองเราเหมือนไม่เคยเข้าใจ
สองคนกว่าจะรัก ต้องรอถึงเมื่อไร
ที่รักของเรา จะสดใสเสียที

** ต่อหน้าเราทำเป็นคนไม่รัก
แต่ลึกในใจเราเองก็รู้
เราไหวหวั่น ทุกนาที ที่เราอยู่ใกล้กัน
ต่อหน้าเราทำเป็นคนไม่รัก
แต่ลึกในใจเราเก็บคำนั้น
ได้แต่รอว่าสักวัน
คำว่าเรารักกันคงจะเปิดเผย

คนหนึ่งยังร้อน อีกคนร้อนไป
ไม่ยอมให้หัวใจ หันมาพูดกัน
คนหนึ่งเป็นน้ำ อีกคนน้ำมัน
เคล้ากันซักเท่าไร ก็ไม่เข้ากัน

(ซ้ำ *, **)

โฮ้..............โฮ้โฮ......

(ซ้ำ **)

ได้แต่รอว่าสักวัน คำว่าเรารักกันคงจะเปิดเผย
August 07

ในหลวง.....มหากษัตริย์ยอดกตัญญู

 
ลองอ่านกันดูสิคะ....อาจจะเคยได้อ่านกันแล้วแต่อ่านอีกรอบน้ำตาเกือบไหลเลยอ่ะ
 
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
 
ตอนสมเด็จย่ายังมีพระชนม์ชีพอยู่ เวลาพระองค์เสด็จไปไหน มีทหาร
มหาดเล็กพยาบาลเยอะแยะ แต่ในหลวงทรงประคองสมเด็จด้วยพระองค์เอง
เคยมีมหาดเล็กเข้ามาจะช่วย แต่ในหลวงตรัสว่า
"ไม่ต้อง...คนนี้...เป็นแม่เรา...เราประคองเอง"
 
 
หลังงานพระบรมศพสมเด็จย่าเสร็จสิ้นลงแล้ว
ราชเลขาของสมเด็จย่ามาแถลงในที่ประชุมต่อหน้าสื่อมวลชน ว่า
ก่อนสมเด็จย่าจะสิ้นประชนม์ปีเศษ ตอนนั้นอายุ 93
ในหลวงเสด็จจากวังสวนจิตรไปวังสระปทุมตอนเย็นทุกวัน
เพื่อ "ไปกินข้าวกับแม่ ไปคุยกับแม่ ไปทำให้แม่ชุ่มชื่นใจ"
 
ในหลวงเสด็จไปหาสมเด็จย่าเพื่อเสวยพระกระยาหารเย็นด้วยกันสัปดาห์ละ
5 วัน (ในหลวงทรงถือศีล 8 วันพระ ไม่เสวยพระกระยาหารเย็น 1 วัน
อีกวันอาจจะเสวยร่วมกับพระราชินีหรือพระบรมวงศานุวงศ์)
เสวยพระกระยาหารเย็นเสร็จแล้ว ในหลวงก็มานั่งคุยกับแม่
ในหลวงดำรัสกับแม่ว่า "อยากฟังแม่สอนอีก"
พอสมเด็จย่าสอนในหลวงจะเอากระดาษมาจด  
 
สมเด็จย่าเล่าว่า ตอนเรียนหนังสือที่ Swiss ในหลวงยังเล็กอยู่  
เข้ามาบอกว่าอยากได้รถจักรยาน เพื่อนๆเขามีจักรยานกัน  แม่บอกว่า
"ลูกอยากได้จักรยาน ลูกก็เก็บสตางค์ที่แม่ให้ไปกินที่โรงเรียนไว้ซิ"
เก็บมาหยอดกระปุกวันละเหริยญ สองเหรียญ  พอได้มากพอก็เอาไปซื้อจักรยาน
 
แม่สอน ๒ เรื่อง คือ  ให้ประหยัด ให้ยืนอยู่บนขาของตัวเอง
พอถึงวันปีใหม่ สมเด็จย่าก็บอกว่า "ปีใหม่แล้วเราไปซื้อจักรยานกัน"  
"เอ้า แคะกระปุกดูซิว่ามีเงินเท่าไร...?"  เสร็จแล้วสมเด็จย่าก็แถมให้
ส่วนที่แถมมากกว่าเงินที่มีในกระปุกอีก
 
 เมื่อครั้งสมเด็จประชวรอยู่ รพ.ศิริราช กลางคืนในหลวงไปอยู่กับสมเด็จย่า คืนละหลายชั่วโมง
ไปให้ความอบอุ่นทุกคืน
 
 คราวหนึ่งในหลวงทรงพระประชวร  สมเด็จย่าก็ประชวร
ไปอยู่ศิริราชด้วยกัน อยู่คนละมุมตึก  ตอนเช้าในหลวงเปิดประตูออกมา  
พยาบาลกำลังเข็นรถสมเด็จย่าออกมารับลมผ่านหน้าห้องพอดี
ในหลวงพอเห็นสมเด็จย่า รีบออกจากห้องมาแย่งพยาบาลเข็นรถ  
มหาดเล็กกราบทูลว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องเข็น  มีพยาบาลเข็นให้อยู่แล้ว  
ในหลวงมีรับสั่งว่า " แม่ของเราทำไมต้องให้คนอื่นเข็น เราเข็นเองได้..."
 
วันนั้นในหลวงเฝ้าสมเด็จย่า อยู่จนถึงตี๔ ตี๕  จับมือท่าน กอดแม่ท่าน
ปรนนิบัติท่าน  จนกระทั่ง "สมเด็จย่าหลับ..."  จึงเสด็จกลับ
พอไปถึงวัง เขาโทรศัพท์มาแจ้งว่าสมเด็จย่าสิ้นพระชนม์
ในหลวงกลับไปศิริราช เห็นสมเด็จย่านอนหลับอยู่บนเตียง
ในหลวงตรงเข้าไปคุกเข่า กราบลงที่หน้าอกแม่
พระพักตร์ในหลวงตรงกับหัวใจแม่
"ขอหอมหัวใจแม่..เป็นครั้งสุดท้าย..."  
ซบหระพักต์นิ่งอยู่นาน แล้วค่อยๆ เงยพระพักตร์ขึ้น
น้ำพระเนตรไหลนอง
 
ต่อไปนี้จะไม่มีแม่ให้หอมอีกแล้ว
เอาพระหัตถ์กุมพระหัตถ์ของสมเด็จย่าไว้  "มือนื่มๆ...
ที่ไกวเปลนี้แหล่ะที่ปั้นลูก... จนได้เป็นกษัตริย์..
เป็นที่รักของคนทั้งบ้านทั้งเมือง... ชีวิตลูก ...แม่ปั้น..."
 
มองเห็นหวี...ปักอยู่ที่ผมแม่... ในหลวงจับหวี
ค่อยๆหวีผมให้แม่...
หวี...หวี...หวี...  หวี..ให้แม่สวยที่สุด...
แต่งตัวให้แม่สวยที่สุด...
ในวันสุดท้ายของแม่...
August 04

^-^ คิดจะคบใคร...ต้องดูให้ถึงแก่น ^-^

 

หากคิดจะใช้เวลาชั่วชีวิตกับใครสักคนคุณควรจะแน่ใจว่าเขาคนนั้น
....

1. ควรจะเป็นคนที่คุณรู้สึกพอใจในตัวเขาในหลายๆด้าน เช่น
รูปร่างหน้าตา นิสัยใจคอ ท่าทาง การใช้คำพูด ฯลฯ
บางคนอาจเรียกว่าถูกชะตาก็ได้
ซึ่งคนอื่นอาจจะไม่เห็นข้อดี ของเขาอย่างที่คุณเห็นก็ได้

2. มีทัศนคติตรงกัน หรือพูดกันรู้เรื่อง
คือไวต่อความต้องการของอีกฝ่าย พอสมควร
สามารถเปิดใจคุยกันทุกเรื่อง ทั้งเรื่องลึกๆและเรื่องเล่น ๆ

3. มีความรู้สึกชื่นชมยกย่องซึ่งกันและกัน
แม้ว่าจะทำงานคนละด้านหรือ มีการศึกษาที่แตกต่างกันก็ตาม

4. มีเหตุผล
พูดจาปรึกษาหารือกันได้ไม่ใช้แต่อารมณ์อย่างเดียว

5. ขยัน
เป็นสิ่งสำคัญมากเพราะมีส่วนช่วยสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตคู่และอนาคตข้างหน้า

6. ปรารถนาดีต่อกัน หรือจริงใจต่อกัน
ข้อนี้ต้องดูกันนานหน่อยค่ะกว่าจะรู้ว่าไม่ได้เสแสร้ง หรือหวังผลประโยชน์จากเรา

7. อายุก็มีความสำคัญ
เพราะจะทำให้มีประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น มีความอดทน และมีความพร้อมมากขึ้น

8. มีสุขภาพกายที่ดี
หมายถึงแข็งแรงและมีสุขภาพอนามัยที่ดี

9. มีสุขภาพจิตดี ปรับตัวเข้ากับคนและสิ่งแวดล้อมได้
ไม่มองโลกในแง่ร้าย

10. ควรมีพื้นฐานทางฐานะพอที่จะพึ่งตนเองได้
เพื่อที่จะได้ไม่เกิด ปัญหากับชีวิตคู่ในอนาคต

11. มีความรักต่อกัน
ข้อนี้คงจะรู้กันได้ถ้าพบคนที่คุณถูกใจ

12. เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน คู่รักที่รักกันยาวนาน
มักปฏิบัติต่อกันด้วยความจริงใจ เคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
แม้ในเวลาที่คุณถกเถียงกัน ก็ไม่ควรลืมว่า เขาคือเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณ
การเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันไม่ได้หมายความว่า
ทุกอย่างจะราบรื่น แต่การเคารพความเห็นซึ่งกันและกัน
จะทำให้คุณสามารถประคับประคองนาวารักของคุณไปได้

13.
มีความรู้ และความคิด เพียงพอที่จะช่วยกัน
พลิกแพลงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือ
ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ โดยไม่ถอนตัวหนีหายไปไหน
ข้อนี้อาจจะมองยากหน่อย แต่ก็ถือเป็นขั้นสุดของสังคมยุคนี้แล้วหละ

June 26

กุ๋มเบญจเพส

โฮะ..โฮะ..โฮะ ในที่สุดอาซือเจ๊ แห่งกลุ่มเราก้อ ก้าวเขาสู่วัยเบญจเพสอย่างเต็มตัวแร้ว เมื่อวานนี้เอง
พวกเรายกพลกันไปช่วยกัน Count Down ความสาวให้เจ๊ตั้งแต่วันเสาร์
งานนี้เจ๊ไม่ได้เดินเดี่ยว เพราะว่า เชอร์รี่ ก้อจับมือกันแก่ไปอีกคน 555
 
งานนี้จัดขึ้นเนื่องมาจากว่า เจ๊กุ๋มเนี่ยเพิ่งจะทำบ้านเสร็จ เพื่อนๆ เลยอยากจะไปยลโฉม (หลอกกินฟรี) นั่นเอง พอดีกับว่าเป็นช่วงวันเกิดเจ๊กุ๋มพอดี เลยลงตัว
ระหว่างเตรียมงานเจ้าภาพคิดได้ว่า Theme ของงานคืนนั้น อยากให้เป็นปาร์ตี้สีเขียว (เพราะอะไร...อ๊บ...เอ้ยๆๆ เอิ๊กกกกกก) เพื่อนๆ ทุกคนก้อให้ความร่วมมือกันดีมากๆ สีเขียวสว่างสดใสเลย
 
วันนั้นพวกเรากินกันพุงแทบแตกแน่ะ โดยเฉพาะ เรา กินขนมไปมากมายยยย อ้วนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
ต้องยำความดีความชอบให้คุณแม่กุ๋มค่ะ ที่เลี้ยงดูพวกเราอย่างดี
ส่วนแขกที่มาร่วมงานมีใครกันบ้าง ก้อไปหาดูเอาในรูปน่ะนะ เขียนในนี้คงใช้ซัก 10 บรรทัดน่ะ 55
งานคืนนั้นผ่านไปอย่างสนุกสนาน เพื่อนหลายคนไม่ยอมอยู่ค้างคืน ส่วนใหญ่ก้อเป็นเพื่อนๆ สินสาด
 
สังเกตได้ว่าทุกครั้งที่เรารวมตัวกัน จะต้องมีแต่เสียงหัวเราะ ก้อไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันขำอะไรกันนักหนา เรื่องไม่เป็นเรื่องก้อเอามานั่งขำกัน
ต้องเสียดายแทนหลายๆ คนที่ไม่ได้มานะ..กัม ต่อ ตี๋ หนุ่ย โต๊ด และ อิคคิว (อิอิ) พวกแกพลาดอะไรๆ ดีๆ มากมาย อย่ามาถามว่าอะไร เพราะไม่เล่าเว่ย 55
 
ขอให้พวกเรารักกันแบบนี้ตลอดไป
June 07

ตอนนี้..ตอนนี้

ห่างหายไปนานเลยเนอะ ไม่ได้มาคุยกันเลย
ช่วงนี้ก้อไม่ยุ่งนะ แต่ไม่สบายน่ะ ไอค็อกไอแค๊ก...ไอกระด๊อกไอกระแด๊ก...มานานหลายเพลาแระ กลัวจะเป็นไข้หวัดนกจัง
 
เมื่อวานนี้อดรนทนไม่ได้ โดดงานไปหาหมอที่บำรุงราษฎร์มา หมอหนุ่มรูปงาม บอกว่า ช่องคออักเสบมากนะครับ แดงเต็มไปหมด ให้กินยาชนิดรุนแรง เม็ดใหญ่โตยังกะถั่วแดง..โอ้ย
 
แต่ขอเม้านิดนึงนะ รพ.เนี้ยอ่ะ แขกเยอะชะมัดเลย หลายสัญชาติด้วย เจออยู่ชาตินึงนะ ผู้หญิงเค้าอ่ะนอกจากคลุมหน้า คลุมผมแล้ว ที่หน้าเค้าอ่ะ ยังใส่หน้ากากสีทองด้วยอ่ะ ไม่รู้ว่าชาติไหน...อารมณ์เหมือนเป็นเมียแบทแมนอ่ะ เนี่ยยังแอบสงสัยว่า ไอ้หน้ากากนี่มันทำมาจากวัสดุอาไร แต่มองดูเป็นสีทองที่น่าจะนำไฟฟ้าได้อ่ะ แล้วคิดดูดิ เกิดเดินๆอยู่ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา
หน้าแหกจะทำไงกัน...ไม่รู้คิดยังไงเนอะ เอาหน้ากากมาใส่
 
เรื่องต่อมา...สถานการณ์ช่วงนี้เป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่มีไรให้ตื่นเต้นมากนัก แต่เรากะเพื่อนๆ ก้อยังนัดเจอกันเรื่อยมา
ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ (2 มิย.) พี่เก้..แฟนบี กลับมาเยี่ยมเมืองไทย พวกเราก้อนัดกันจ้า ทำไร??? ก้อกินน่ะสิ ถามได้
ที่ไหน????.......คิดไรไม่ออก เอาง่ายๆ ก้อ-----สามย่าน----- 55555
เมนูก้อเมนูเดิมๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...กระเพาะปลาผัดแห้ง..ไก่ทอดซอสมะนาว..ออส่วนกระทะร้อน...ไก่ผัดเม็ดมะม่วง..ปลากระพงนึ่งมะนาว 555
 
ก้อขำและฮากันตามเรื่องตามราว มีพวกเราที่ไหน ก้อมีความฮาที่นั่นแหละ..ใครไม่รักความฮา ก้อมาอยู่กะพวกเราไม่ได้เนอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
สุดท้าย..อัพเดทสภา MSN ตอนนี้สมาชิกขาดหายไปแล้ว 1 หน่อ เนื่องจากมันค้นพบอนาคตที่สดใส -- ออย -- ก้อลาออกจากงานเตรียมไปชุบตัวเมืองผู้ดีเดือนหน้านี้แล้ว ทำให้สภาเราต้องปิดตัวลง เหลือแต่สภาจิ๋วที่มีแต่เราและแม่หมอเท่านั้น
 
 
คิดถึงทุกคนนะ--- ~~:::AMP:::~~
May 22

ครัวพฤกษา

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อัพบล็อคเลยอ่ะ ไม่ได้ยุ่งเลยนะ แต่ขี้เกียจ แล้วอีกอย่าง สมองซีกสร้างสรรค์อาจจะหยุดการทำงานชั่วขณะ แต่ยังไง ก้อจะรีบอัพฯ เรื่องกินเรื่องเที่ยว โดยเฉพาะ ทริประยองที่ผ่านมาเมื่อวันวิสาข นี้อ่ะ ติดตามกันให้ได้นะ
 
"ระยอง...ไตรภาค"
 
แต่ระหว่างรอ กลัวว่าลูกทัวร์จะเบื่อกัน เลยรวบรวมเอารูปจากทริปนี้ทู๊กกกรูป มาให้ได้ดูกัน แล้วก้อยังมีรูปที่พวกเราเพิ่งไปร้องคาราโอเกะกันมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันเสาร์ ที่ 20 นี งานนี้เลยถือโอกาส ฉลองวันเกิดให้เพื่อน หนอม ของพวกเราไปในตัวด้วย
 
งานคืนนั้นเกิดขึ้นมาจากการที่พวกเราทุกคนจะไปเยี่ยมคุณพ่อของต่อ ที่โรงพยาบาล เห็นว่าสบโอกาสเหมาะที่จะเอารูปมาดูด้วยกันเพื่ออรรถรสในการดู (เพื่อความฮานั่นเอง) เลยตกลงกันว่า หาข้าวกินดีมั้ย จะได้นั่งดูรูปชิลๆ
 
และจากการแนะนำครั้งแล้วครั้งเล่าของ กัมมี่ มาครั้งนี้พวกเราเลยยอมใจอ่อน ไปร้าน ครัวพฤกษา กัน แถวเรียบทางด่วน บรรยากาศร้าน โอเคมากๆ แต่เสียอย่าง ห้องเล็กไปนิ๊ดดดดด (หรือว่า พวกเราจะยกขะโหยงไปกันมากเกิน ก้อไม่รู้เนอะ)
 
อาหารก้อใช้ได้นะคะ อร่อยดี แต่คืนนั้นเราไม่ค่อยได้กินมากเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยมีความเห็นว่า อะไรอร่อยมาก-น้อยยังไง แต่รู้สึกว่า ปลา ร้านนี้อ่ะ สดดี เพราะเนื้อหวาน (เหมือนเด็กหนุ่มๆ) 555
 
แต่หลังจากทริปนี้แล้วอ่ะ แอมขอเวลา 1 เดือนนะ จะลดน้ำหนักแล้ว เพราะรู้สึกว่า เข้าสู่ภาวะวิกฤต แล้วอ่ะ ตายๆๆ
 
เรื่องคาราโอเกะ ที่นี่โอเคเลยนะ เพลงใหม่กิ๊กเลย --- หมอกหรือควัน ของพี่เบิร์ด อ่ะ สุดยอดดดดดดด ไม่เชื่อดูได้ในไฟล์วีดีโอเลยอ่ะ
 
แต่เพลงเค้าใหม่จริงๆ ไม่ได้โม้ --- LOVE LOVE ของน้องโฟร์ น้องมด ก้อมี แต่ไอ้คนที่ร้องเนี่ย เป็นได้แค่ หนอง-โพ 55
 
คืนนั้นกลับกันประมาณเที่ยงคืนจิ๊ดๆ อ่ะค่ะ...รู้สึกว่า คืนนั้น ลาน ของสมาชิกจะหมดไวกันไปหน่อย ไม่ทันไร นอนกันเกลื่อนเลย
 
ปล....ขอโทษทุกคนด้วยที่อาจจะทำให้งานกร่อยเล็กน้อย  แต่พวกแกก้อไม่น่าเล้ยยยยยย 
ตอนนี้...หลังจากดูรูปแล้ว สถานการณ์ทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติแล้วนะ เลิกกลัวชั้นกันได้แล้ว ไม่กัด
ชั้นรู้ว่า พวกแกน่ะหวังดี...ล้อเล่น แต่ไม่ต้องบ่อยนักก้อได้นะ
 
ถึงจะยังไง ช้านก้อรักพวกแกเสมอนะ....ขอซาเปา+หนมจีบด้วย
April 26

:::จากวัยเด็กสู่วัยรุ่น:::

  
 
 

ช่วงนี้เราว่างงานมากถึงมากที่สุดเลยอ่ะ

พูดง่ายๆ ตั้งแต่เดือนนี้ทั้งเดือนนี่แทบจะไม่ไดทำงานเป็นชิ้นเป็นอันเลย และยังคงจะว่างต่อไปอีกยันสิ้นเดือนเลยอ่ะ

พอว่างมากๆ เลยไม่มีไรทำ เมื่อคืนเราเลยหาไรมาทำได้อย่างนึงอ่ะ จริงๆแล้ว ตกลงกะเก๋และออยเอาไว้ตั้งนานแล้วว่า จะเอารูปสมัยเอ๊าะของแต่ละคนมาอวดกัน

เมื่อคืนนี้เราเลยจัดการเปิดกรุ กันเลย หารูปตั้งแต่อดีตยันแก่ มาให้ได้ดูกัน

คนอื่นถ้าว่างๆ ก้อเอามาให้ดูกันบ้างนะ เรื่องของคนอื่นน่ะ เราชอบบบบ 555

ไปล่ะ ไว้มาเม้าใหม่

 
 
 Space's Owner::::::Amp
March 30

~~**my girl & i**~~สะดุดรัก กับ นายเจี๋ยมเจี้ยม

"อย่ามาบอกว่าใครเหมาะหรือไม่เหมาะกับฉัน เพราะยังไงมันก็เป็นความรักของฉันเอง"

                                

 

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะไปกินข้าวกะเพื่อน เราได้ไปดูหนังมาด้วย

เรื่อง "My Girl and I"  เป็นหนังเกาหลี น่ารักดี

พอดีว่า โจ้ เค้าซื้อ VCD Sound track ของหนังเรื่องนี้มา แล้วเค้าให้แลกตั๋วหนังได้ 2 ใบ

เราเลยได้ลาภลอยไปด้วย  อิอิอิ

 

user posted image

 

เรื่องย่อ

นักเรียนมัธยมปลายที่อยู่ห้องเดียวกันอย่าง ซูโฮ และ ซูอึนพวก เขารู้จักกัน มาตั้งแต่มัธยมต้น ซูโฮ หนุ่มใจกว้างที่แสนจะธรรมดาทั้ง หน้าตาและการเรียน ในทางตรงกันข้าม ซูอึนเป็นสาวที่เป็นที่หมายปอง ของหนุ่มทั้งโรงเรียน

เรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อสาวสุดสวยแสนดีอย่างซูอึนเกิดมาหลงรัก ซูโฮ วันหนึ่งซูฮึนตัดสินใจที่จะเผยความรู้สึกทั้งหมดที่มีให้ซูโฮได้รับรู้ ทั้งโรงเรียนก็ยุ่งเหยิงไปหมด เหล่านักเรียนชายที่คลั่งไคล้ซูอึนต่างพากัน เขม่นซูโฮผู้ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ซูอึนตัดสินใจที่จะสารภาพความในใจของเธอต่อซูโฮด้วยการฝาก ข้อความหลังจากที่ได้ฟังคำสารภาพแสนหวานที่ไม่เคยคาดฝันของเธอ ซูโฮก็ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งคืน พวกเขากลายมาเป็นคู่รักกัน ในที่สุด พร้อมการเดินทางของความรักที่ค่อยๆ เริ่มผลิบาน วันหนึ่งทั้งคู่ได้ไป เที่ยวเกาะแห่งหนึ่งกัน 2 ต่อ 2 ท่ามกลางความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ที่ไม่ได้รับเชิญ การเดินทางครั้งนี้ทำให้ทั้งคู่ได้ตระหนักว่าความรักครั้งแรก ได้กลับกลายเป็นความรักที่งดงามที่สุดในชีวิตของพวกเขา

ความรักของพวกเขาเป็นที่ชื่นชมจากนักเรียนคนอื่นๆ แต่ความรักของทั้ง สองก็ต้องมาพบกับอุปสรรคครั้งใหญ่ เมื่อซูอึนเป็นโรคร้าย และจะมีชีวิต อยู่ได้อีกไม่นาน เขาและเธอจะทำอย่างไรกับเวลาที่เหลืออยู่ต่อจากนี้ไป
 


http://www.paranglove.co.kr/

เวปเค้าน่ารักดีนะ ใครว่างก้อลองเข้าไปดูดิ 

IPB ImageIPB Image

 

    โดยรวม หนังเรื่องนี้ก้อน่ารักดี ใสๆ โรแมนติกแนวหนังเกาหลีทั่วไป...แต่แอบเศร้าตรงที่นางเอกต้องมาตายจากพระเอกไปนี่แหละ แหม แต่เห็นความรักที่ทั้งสองคนมีให้กันแล้วก้อน่าอิจฉาจริงๆ

พระเอกก้อแสนดี นางเอกตายไปตั้งนานแล้ว ยังไม่มีคนอื่นเลย...

ชีวิตจริง ผู้ชายแบบนี้คงสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้แล้วล่ะ

 

 แต่ยังไงซะ ใครที่ยังไม่ได้ไปดู ก้อแนะนำให้ไปดูนะคะ

ดูแล้วจะได้รู้จักความรักทั้งให้ความรัก และรับความรัก

ที่สำคัญ เราว่า มันจะทำให้เรารู้จักรักคนที่อยู่ข้างๆ คุณขึ้นอีกเยอะเลย

เห็นค่าของเค้าตอนที่เค้าอยู่ให้เราเห็นดีกว่านะจ๊ะ

 

 

by Amp ~*
 

March 29

นิดกับน้องกริด..หวานกันซ้า กลับเมืองไทยพร้อมกันเลย

 

  แหมๆๆ ก้อไม่ได้อยากจะเม้าอ่ะนะ..แต่สถานการณ์มันพาไปจริงๆ

อะไรกันไปอยู่ต่างแดนทั้งนิด และน้องกริด ก้ออยู่กันคนละขั้วโลก คนนึงไปญี่ปุ่น อีกคนไปเยอรมัน 

แต่พอจะกลับบ้าน ก็กลับมาใกล้กันซะงั้น 555 ไม่ให้คิดว่า มีไรพิเศษกันให้คิดว่าไง เนาะๆๆ

อย่างนี้เค้าเรียก บุพเพอาละวาด ชัดๆ อิอิอิ

ก่อนอื่นต้องขอต้อนรับกลับมาตุภูมินะจ๊ะ

เป็นธรรมเนียม ใครจะไป ใครจะมา พวกเราต้องหาเรื่องกินด้วยกันเสมอ 555

ครั้งนี้ก้อเช่นกัน เมื่อวันเสาร์ที่ 25 มีนา ที่ผ่านมา ก้อนัดกันอีกแล้วครับ

ที่หมายครั้งนี้ ---The Immortal--- เกษตร-นวมินทร์      

คาราโอเกะ..กิน กิน กิน ไม่รู้เอาท้องไส้มาจากไหนกันนักหนา กินกันได้เยอะขนาดนั้น

สายแข็งจริงๆ

  งานนี้รวบรวม สมัครพรรพวกได้ 11 คน ::: ต่ อ..ม อ ส..กั ม..บี..นิ ด..โต๊ด

..น้ อ ง ก ริ ด..โ จ้..แ อ ม..อ อ ย..กุ๋ ม

  หน้าเดิม-เดิมทั้งน้าน

งานนี้ไม่ต้องบรรยาย ก็คงเดาออกว่า จะมีแต่เสียงหัวเราะแห่งความสุขทั้งนั้นเลย

แล้วที่สำคัญคือ เป็นการเที่ยวที่กลับบ้านดึกที่สุดเป็นประวัติการณ์ของเรา 555

กว่าจะถึงบ้านก้อตี 1 กว่าแล้ว...แต่บ่ยั่นค่ะ แม่เองก้อคงชินซะแล้ว 55

หวังว่าเร็วๆ นี้พวกเราคงจะได้เที่ยวด้วยกันอีกนะคะ

 

myspace

 
 
ไปเที่ยวกันมาแล้วจะไม่เอาเพื่อนมาเม้า..เดี๋ยวจะหาว่าไม่ใช่แอมตัวจริง 555
แต่ไม่อยากจะบอกเลยว่า เดี๋ยวนี้จะทำตัวเป็นคนดีไม่เม้าแระ (ทำได้มั้ยน๊า)
แต่ครั้งนี้ไม่มีเรื่องมาเม้าเพื่อนจริงๆนะ ไม่รู้ทำไม 5555
งานนี้ทุกคนดูสนุกสนานกันดี
นิด..กลับมาก้อมีขนมนมเนย และของฝากมากมายมาให้พวกเรา เยี่ยม!!!
     
น้องกริด..ตอนกลับมาเห็นว่า ผอม แต่ที่ชั้นเจอ แกก้อกลับมาอืดเหมือนเดิม...
(แล้วไอ้ขาหมูเยอรมันที่แกกินเมื่อคืนนั้นน่ะ กินคนเดียวเลยนะ ตั้ง 2 ขา
               
โต๊ด..คน request ให้นัดเพื่อนๆ รู้สึกจะสนุกเป็นพิเศษ ทั้งกิน ทั้งร้อง ทั้งเต้น สุดเหวี่ยง
      
ต่อ..มาช้ายังดีกว่าไม่มา งานไหนงานนั้น ต่อรั้งท้ายฉะเหมอๆๆ แต่งานนี้ให้อภัยเพราะรถโดนชน
                            
มอส..คืนนั้นเราไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะมอส
      
กัม..นี่ก้อมาช้าเหมือนกัน แต่มาแล้วก้อยังขำ ๆ ฮาๆ เหมือนเดิม
                  
บี..ยังเป็นคนเดิมจริง เรียบร้อย น่ารัก....แหมหาแบบนี้ได้ที่ไหนเนี่ย อิจฉาพี่เก้จริงๆ
   
โจ้..ก้อยังสร้างเสียงหัวเราะเสมอต้นเสมอปลาย กินเยอะเสมอต้นเสมอปลาย และอ้วนเสมอต้นเสมอปลาย 55
                  
ออย..มันบอกว่ามันอ้วน แต่ไม่เห้นมันจะอ้วนตรงไหน
         
กุ๋ม..อันนี้สิ เค้าถึงจะเรียกว่าอ้วนของจริง....อุ๊บส์ พิมพ์ไรลงไป
 
 
 
by..Amp ~*


March 27

เหตุผลที่ผู้ชายไม่ยอมเอ่ยคำว่ารัก

เหตุผลที่ผู้ชายไม่ยอมเอ่ยคำว่ารัก


ความเป็นไปได้ที่เขาไม่กล้าเอ่ยคำว่ารักนั้น
อาจเพราะความกลัวต่อสิ่งที่คุณจะแสดงออก
หลังจากเขาพูดมันออกไป

แหมก็ผู้ชายเขาออกจะกลัวเสียฟอร์มซะขนาดนี้
ถ้าเกิดเขาพูดออกไป
แล้วคุณหัวเราะเยาะเขา
หรือทำหน้าเหยเกเข้าใส่ เขาก็ยิ่งขาดความมั่นใจ
และไม่สามารถพูดคำคำนั้นได้อีกเลย

ซึ่งเป็นที่มาของสาเหตุที่สองคือ

จากประสบการณ์รักเก่าที่เขาเคยเจอ
ทำให้เขาเรียนรู้ ที่จะไม่สะกดคำว่ารักออกมา
ให้ผู้หญิงคนอื่นๆ ได้ฟังอีกต่อไป

ซึ่งอาจถือเป็นโชคร้าย
ถ้าคุณเกิดเป็นสาวคนนั้น
แต่ในท้องฟ้าที่มืดมน ก็ย่อมมีแสงสว่างอยู่บ้าง
คำว่ารักนั้น ไม่ได้แสดงออกด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว
การกระทำอย่างอื่นของเขา
อาจจะเป็นสิ่งที่ยืนยัน ได้ดีกว่าคำพูดซะด้วยซ้ำ

แต่ถ้าเขาคนนั้น เป็นหนุ่มเพลบอย
ที่บอกรักหญิงสาวไปทั่ว
แต่พอมาพบคุณ
เขาก็ไม่ยอมเอ่ยปาก มาให้คุณฟังบ้างซะที
นั่นแสดงว่าเขาเริ่มจริงจังกับคุณมากกว่าใครๆแล้วค่ะ

ผู้ชายประเภทนี้ จะไม่ยอมปริปากบอกรัก
กับหญิงที่เขาจริงจังด้วยเป็นอันขาด
เพราะว่าเขาอาจจะยังไม่พร้อมที่จะผูกมัดกับใครในตอนนี้
ให้เวลาเขาหน่อยนะคะ
ไม่นานคุณจะได้ยินคำรัก จากปากของเขาเอง

มีผู้ชายอีกประเภทหนึ่งที่
แยกไม่ออกระหว่างความรักกับความสงสาร
ทำให้เขาไม่สามารถพูดว่ารักคุณได้เต็มปาก

ประเด็นนี้คุณคงต้องพิจารณาดีๆแล้วว่า
คุณกับเขาเริ่มคบกันเพราะอะไร

ถ้าเพราะความสงสารล่ะก็
ค่อยๆให้มันแปรเปลี่ยนเป็นมิตรภาพ
ของเพื่อนหรือเป็นความรัก
ระหว่างหนุ่มสาวก็ย่อมทำได้
ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ ของคุณทั้งสองมากกว่า

(เราบอกก่อนว่าผู้ชายประเภทนี้ข้านค่องจะกวนทีนนิดหน่อย)

สุดท้ายเราอยากจะบอกว่าคำว่ารัก
ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยัน
ถึงความรักที่เขามีให้คุณ

มันเริ่มออกมาจากลมปาก และลอยปลิวไปเป็นอากาศ
ถ้าเขายังไม่พร้อมที่จะพูด

ไม่ว่าเหตุผลใดก็ตาม คุณก็น่าที่จะให้โอกาสเขา
ค่อยๆ สั่งสมความรักนั้น
นานวันเข้า มันเริ่มล้นออกมาเมื่อไหร่
เขาจะเริ่มพูดให้คุณได้ฟังเองนั่นแหละ

ขอบคุณเวป จับฉ่ายดอทคอมที่ให้ก๊อบมา และ Boy นะคะ ที่ส่งมาให้อ่าน

February 08

~~ลักษณะจำเพาะของเด็กวิดวะ~~

นี่ๆๆๆๆ ลองอ่านอันนี้กัน ช้านว่า ตร๊ง..ตรง กะหนุ่มๆ วิดวะ ที่อยู่รอบตัวช้านน่ะ
ไม่เชื่อจะหาว่าโม้..
อันไหนไม่จริงก็เถียงมาเด่ะ..
รับรองว่า ตรงโด๊ะๆ กว่า 80 %   
 
 

 

Today...8 Feb 2006

Blog Update

 

ลักษณะจำเพาะของเด็กวิศวะ

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : ENGINEER
สัญลักษณ์ : EN
มวลรวม : มาตรฐาน 600 N แต่อาจแปรผันได้ตามภาวะเศรษฐกิจส่วนตัว
มวลสมอง : แปรผกผันกับมวลรวม และมีได้เกิน 1 %

ลักษณะทางกายภาพ :
- ภายนอกเถื่อนถ้ำ ภายในติงต๊อง
- พื้นผิวหมองคล้ำ ไม่ชวนต่อการสัมผัส
- เมื่อถูกเคาะอย่างแรงจะเปล่งเสียงดังกังวานเป็นคำหยาบคาย
- แปรสภาพเป็นวัตถุแข็งเกร็ง (Rigid body) เมื่อถูกสัมผัสโดยแผ่วเบา
- ถึงจุดเยือกแข็งได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุแต่การคงสภาพขึ้นอยู่กับชั่วโมงบิน
- เป็นของแข็งที่ประพฤติตนคล้ายไอศครีมคาลิปโปคือดูดอมได้แต่ไม่ละลาย
- ไม่ทนต่อการเสียดสีโดยปราศจากการหล่อลื่น
- สามารถเป็นผู้ออกแรงกระทำได้ดี

คุณสมบัติทางเคมี :
- ทำปฏิกริยาอย่างรวดเร็วกับน้องๆ เฟรชชี่
- ทำปฏิกริยาอย่างรุนแรงกับเด็กบัญชี it วารสาร เศรษฐศาสตร์และเด็กต่างสถาบัน
- เกิดปฏิกริยานิวเคลียร์กับสาวเกาะอกหรือสายเดี่ยว
- ไม่ทำปฏิกริยากับธาตุ Wo(women) ที่มีลักษณะสีค่อนข้างคล้ำหรือดำ มวลมากกว่า 550 N อายุมากกว่า 20 ปี
- ดูดซึมและส่งผ่านข้อมูลข่าวสารใต้เข็มขัดได้อย่างรวดเร็ว
- มีสมบัติทำละลายเงินได้ดีเมื่อมีแอลกอฮอล์เป็นตัวเร่งปฏิกริยา

การทดสอบ :
- วัตถุตัวอย่างจะมีอาการเซื่องซึมในเวลาราชการ
- วัตถุตัวอย่างจะรู้สึกสดชื่นและกระตือรือร้นหลังตะวันตกดิน
- วัตถุตัวอย่างจะช่วยรักษาธรรมชาติเป็นอย่างดีโดยการปล่อยสัตว์สงวนทั้งหลาย ออกมาเป็น จำนวนมากเมื่ออยู่รวมกัน
- วัตถุตัวอย่างนิยมการเล่นฟุตบอลด้วยโทรศัพท์มากกว่าเท้า

ประโยชน์ :
- สืบสานวัฒนธรรมโดยการใช้ภาษาสมัยพ่อขุนรามคำแหง
- เป็นตัวอย่างที่ดีต่อเยาวชนในสิ่งผิด
- ช่วยชาติโดยบริจาคเงินผ่านทางกรมสรรพสามิต (สุราและยาสูบ)

ข้อควรระวัง :
- ไม่ควรใช้คำสุภาพในการสนทนา เนื่องจากจะไม่ได้รับการสนใจใดๆ เพราะถือว่าเป็นการไม่ ให้เกียรติอย่างรุนแรง
- ห้ามพูดถึงเรื่องเกรดเฉลี่ยหรือ point สะสมเพราะถือว่าเป็นการหยาบคายอย่างยิ่ง

 

/  /  /  /  ██

 

 

 

February 07

~~เมื่อไหร่จะมีคนแบบนี้เนี่ย~~

 
อยากให้ทุกคนลองอ่านดูนะ...
เราว่า ตอนนี้พวกเราแทบทุกคนกะลัง เจอปัญหาหัวใจรุมเร้า  
เลยอยากให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ อ่านกันดู เผื่อจะเห็นไรชัดเจนขึ้น
 
แต่ถ้าเกิดใครเจอผู้ชายอย่างคุณคนข้างล่างนี่ช่วยเอาเบอร์โทรแอมให้เค้าด้วยนะ 5555

 

 

 

อ่านแล้วรู้สึกดี อ่านกี่ที..กี่ที ก็แอบยิ้มทุกทีเลยเรา...*

 ~*~*~* จดหมายขอโทษ – จดหมายขอบคุณ *~*~*~

ถึงคุณคนนั้น....(He is you)
ขอโทษ..ที่ไม่ได้อ่อนหวานเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ
ขอโทษ..ที่กระโดกกระเดก
ขอโทษ..ที่ใจร้อนเสมอ และต้องคอยให้เตือนเสมอ ( น่าเบื่อมาก.. >_< )
ขอโทษ..ที่ชอบร้องไห้เวลาดูหนังด้วยกัน
ขอโทษ..ที่ไม่น่ารักและน่าทะนุถนอม

ขอโทษ..ที่ไม่รู้จักโตสักที
ขอโทษ..ที่ขี้ใจน้อย
ขอโทษ..ที่ขี้งอน
ขอโทษ..ที่ชอบพูดตรง
ขอโทษ..ที่เคยทำร้ายจิตใจกัน
ขอโทษ..ที่จุ้นจ้านเรื่องส่วนตัว
ขอโทษ..ที่ขี้บ่นเหลือเกิน
ขอโทษ..ที่รักซะมากมาย

 

 

 

ตอบกลับ.. จากคนที่รักคุณ...

ขอบคุณครับ..ที่ไม่อ่อนหวาน ผู้ชายอย่างผมจะได้แอบหวานกะเขาบ้าง

ขอบคุณครับ..ที่กระโดกกระเดก ผมจะได้มองออกว่าคุณเขิน
ขอบคุณครับ..ที่ใจร้อน ผมยินดีที่จะทำให้มันเย็น (ผมไม่เคยเบื่อเลย..^_^ )

ขอบคุณครับ..ที่ร้องไห้เวลาดูหนังด้วยกัน ผมจะได้มีโอกาสเช็ดน้ำตาของคุณบ้าง
ขอบคุณครับ..ที่ไม่น่ารักและน่าทะนุถนอม ขืนน่ารักกว่านี้ผมคงแย่งชิงกันคนอื่นอีกนานโข

ขอบคุณครับ..ที่ขี้ใจน้อย มันแสดงว่าผมก็มีความสำคัญพอให้โกรธบ้าง
ขอบคุณครับ..ที่ขี้งอน ผมจะได้ง้อไง แต่อย่านานนักล่ะ ผมทรมานใจนะครับ
ขอบคุณครับ..ที่พูดตรง ( T_T ) ฮือๆ ผมรู้แล้วว่าผมทำกับข้าวไม่อร่อย

ขอบคุณครับ..ที่ทำร้ายจิตใจกัน มันทำให้ผมได้รู้ถึงความเหนียวแน่น

ในความสัมพันธ์ของเราสองคนว่ามันไม่ขาดกันง่ายๆ หรอก ( ผมไม่ยอม )
ขอบคุณครับ..ที่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของผม นั่นแน่..เป็นห่วงผมล่ะสิ
ขอบคุณครับที่..เอ๊ย..ไม่เอาดีกว่าข้อนี้ขี้บ่น ไม่ดีๆ เหมือนยายแก่ แต่ถ้าจะเป็นจริงๆ ขอผมเป็นตาแก่นะ..
สุดท้ายขอบคุณครับ..ที่เข้ามาในชีวิตผม..

ขอบคุณ..ที่ทำให้ผมพูดเลียนแบบหนังเรื่อง As good as it get"คุณทำให้ผมอยากเป็นผู้ชายที่ดีกว่านี้“
ขอบคุณ..ที่ทำให้ผมรู้ความหมายของคำว่า You complete Me.โดยไม่ต้องเปิด Dictionary
ขอบคุณ..ที่อยู่เพื่อให้ผมรัก

 

 

 


February 06

Just Like Heaven

 
 

  

    เสาร์ 28 - อาทิตย์ 29 มค.

อยากรู้อ่ะดิ่ ว่ามีไรมาอัพเดท

Chinese New Year ทั้งที

ก้อต้องมีไรทำกันหน่อย

(เอ่อ..คือไม่ทราบว่าจะเอาวันตรุษจีนมาอ้างทำตะบวยอาไร...เห็นเทศกาลไหนแกก็มีไรทำตลอดแหละ 555)

เอาน่าข๊ำ--ขำไป

                         

 
 
 

Image Hosted by CeCi* ~~เอ็กซ์~~ไปเรียนต่อแล้ว Image Hosted by CeCi*

อกหักดังเป๊าะ..เมื่อวันเสาร์นี้ ไปส่งเอ็กซ์ที่สนามบินมาล่ะ..ลัดฟ้าไป'เมกา ซะแล้ว

ทิ้งเราให้เดียวดาย

หนำซ้ำยังจะควงน้องนัท ไปเรียนพร้อมๆกันอีก

กรี๊ดดดดดดดดดดดด

ยังดีหน่อยที่ไปกันคนละรัฐ..เฮ้อ!!! เพ้อเจ้อ

เห็นเพื่อนไปแล้วก็อยากไปบ้างล่ะ

ตอนนี้อย่างเรียน International Business ที่ออสเตรเลียนะ เพราะน่าจะเอามาใช้กะงานแล้วก้อธุรกิจส่วนตัวในอนาคตได้

แต่........

แต่......

แต่...

แต่.

--จนโว้ย--


ส่งเอ็กซ์เสร็จ...สามทหารเสือสายแข็งอย่างเรา 3 คน (แอม โจ้ นุ่น)

มีหรอที่จะไม่หาไรกิน 555 ชาบูชิ บุฟเฟ่ต์ สุดคุ้ม กิน กิน กิน

อิ่ม อิ่ม อ้วน จากนั้น ด้วยความเหงา และเปลี่ยวใจ

ไม่อยากพรากจากกัน ทั้งนุ่นและโจ้ ก้อไปส่งเราที่บ้าน 555

(ท่าทางจะอาการหนักกันนะเนี่ย...แต่ละคน)

 

ยัง - - ยัง - - ยัง - - ยัง - - ยัง - - ยัง

 

อย่าคิดว่าเสาร์-อาทิตย์จะหมดแค่นี้นะคะ เรื่องมันมีอยู่ว่า

 

    อาทิตย์ 29 มค

   0246oe.gif !1239ou.gif   - - โจ้ คิดว่าจะไปเที่ยวตรุษจีนกะญาติ แต่สุดท้ายก้อแค่ไปกินข้าว
                           แล้วก้อว่างตอนบ่ายแก่ๆๆๆๆๆๆ งุ่นง่าน เลยโทรหาสาวๆๆๆๆ
                           แฟนพันธุ์แท้ ทายสิว่าสาวของมันจะมีใครบ้าง- -

  0246oe.gif 2390pw.gif    - - แอม ไปสวนจตุจักรกะเพื่อนคนหนึ่ง ไปช่วยมันเลือกระเป๋าเป้
                          กะลังอยู่ระหว่างทางกลับบ้าน ประตูรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ กำลังเปิด
                          มือถือก็ดัง...แฟนพันธ์แท้คงไม่ต้องเดาว่าใครโทรมา - -

   0246oe.gif ~6545wv.jpg
                         - - นุ่น ไปเรียนภาษาอังกฤษที่สีลม เลิกเรียนคิดว่าเพื่อนไม่ว่าง
                             บึ่งรถกลับบ้าน แต่แล้ว พอตกบ่าย ก้อมีโทสับเหมือนกัน - -                  

 


โจ้:      "อยู่ไหนอ่ะ"
แอม:  "รถไฟฟ้า กะลังจะกลับบ้าน มีไรหรอ" 
โจ้:      "ไปไหนมา"
แอม:   "ไป JJ มา"
โจ้:       "ไปคนเดียวเนี่ยนะ"
แอม:    "บ้า ไปกะเพื่อนเว่ย" (ช้านไม่ได้เปลี่ยวขนาดนั้นนะเฟ่ย)
โจ้:       "เฮ้ย...มาหยามป่าว ไปดู JUST LIKE HEAVEN กัน โทรตามไอ้นุ่นแล้ว" 
แอม:   "หรอ"
โจ้:      "OK????"
แอม:   "เออๆ ก็ได้"
โจ้:      "55555 งั้นเจอกันดังกิ้นเลยนะ แบตจะหมดแล้ว"
...............แล้วเราก็นั่งรถไฟฟ้า ย้อนกลับมาสยาม (อีก 10 นาที ก็จะถึงบ้านอยู่แล้ว) แถมไล่เพื่อนกลับไปซะงั้นน่ะ 55555555
 

 

เจอกันดังกิ้น ตามนัด (แต่นุ่นมาสาย) เลยไปสวีตหวีวี่ กันที่ ศูนย์หนังสือจุฬา
มีเรื่องน่ารักด้วย ไม่รู้ใครเคยสังเกตกันป่าว
ในศูนย์หนังสือ เค้าจะเปิดเทปนิทานที่เป็นน้องๆ มาเล่าอ่ะ น่ารักมาก
วันนั้น เป็นเรื่อง เด็กเลี้ยงแกะ จะยกตัวอย่างให้ดู.....เป็นฉากที่หมาป่าโผล่มา
จ้องจะกินเด็ก น้องเค้าก็บรรยายว่า: แล้วหมาป่า ก็โผล่ออกมา...แฮ่ๆๆ (น้องเค้าทำ sound effect เอง)
เด็กก้อร้องด้วยความกลัว: อย่าทำชั้นเลย โอ้ยๆๆๆๆ
555555 55555 5555 55 5
ขำคนเดียว เพราะคิดว่าไม่มีใครสนใจ หันไปหาไอ้โจ้ มันหันมาขำพร้อมกัน ฮาโคตรๆๆๆๆ
 
ดูหนังค่ะ คุณผู้ชมคะ.... Just Like Heaven ตามคำเรียกร้อง รอบ 19.20 น.
กินไรกันดี ระหว่างรอรอบหนัง 55555 เคยพ้นเรื่องนี้ซักครั้งมั้ยเนี่ย
คิดสิ....
แอม "กินไรก็ได้"
นุ่น "ไม่รู้สิ...แล้วแต่พวกแก"
โจ้ "งั้นกิน Black Canyon กัน"
 
โอเค..ตามนั้น
 
Just Like Heaven.....เป็นหนังรักโรแมนติก น่ารักดี ไปดูแล้วไม่เสียดายเงิน จบ!!!!!!!!
 
เอ่อ...ไม่ทราบว่า เมิง ขึ้นชื่อทำไม ว่า Just Like Heaven....เจือกพูดถึงหนังแค่ประโยคสั้นๆ เนี่ย
 

 *******ยังเหลืออีกอาทิตย์นึงนะคะ..พรุ่งนี้มาอ่านกัน*********

ตอนนี้ต้องไปซ้อมเต้นแล้วววววววววววว.....ก็หมวยนี่คะ ไม่ได้ตั้งใจ

 

BYE BYE

January 27

ใบสัญญาเป็นแฟนกัน

สะหวัดดี แฟนพันธุ์แท้...หลังจากแม่อยากได้หลายยาย ไปเมื่อวานนี้

กระแสตอบรับก้อแรงใช้ได้.....

ขนาดหนุ่มแดนปลาดิบ โทรมาจะขอส่ง resume มาให้แม่พิจารณากันทีเดียว

เพื่ออำนวยความสะดวกให้หนุ่มๆ ทั้งหลาย...5555 วันนี้เลยมีอะไรมาเสนอ 

เคยได้มาเมื่อนานแล้ว..จากไหนจำไม่ได้ เห็นว่า ฮาๆ ดีเลยเอามาแบ่งให้ดู 

 

           "ใบสัญญาว่าจะเป็นแฟนกัน"                    

 

ใครที่อยากได้ ก้อ Copy เอาไปได้เลยนะ ไม่หวง

แต่มีข้อแม้..สัญญานี้อ่ะ ถูกทำไว้แล้วฝ่ายหนึ่ง

เพราะฉะนั้นห้ามลบข้อความใดๆ ในสัญญานี้เด็ดขาด กรอกเพิ่มได้อย่างเดียว

(โดยเฉพาะข้อความที่กรอกไว้แล้ว..5555)

กรอกเสร็จแล้ว ส่งกลับมาที่อีเมล์โดยตรงก้อได้นะ..จะรับไว้พิจารณา

 

 

 

❤希希所屬❤

 

ใบสัญญาเป็นแฟนกัน(เป็นแฟนกันเถอะ) 

 

 ใบสัญญาเป็นแฟนกัน  

 เขียนที่………………………………………………

วันที่…………..เดือน……………………พ.ศ. 2549 

ข้าพเจ้า………………………………………อายุ……..ปี ได้สัญญากับ

นางสาววิชุพร  เจียสุวรรณ อาย 24 ปี

 เพื่อแสดงว่าจะเป็นแฟนกันโดยมีข้อตกลงดังนี้

 1. หากเจอกันต้องทักทายด้วยความยินดี แต่ถ้าอยู่ห่างกัน 100  เมตรให้ยิ้มหวานๆประมาณ 1 นาทีและมีท่าทางประกอบเช่น บ๊ายบายหรือส่งจูบ  ถ้าฝ่าฝืนต้องโดนหอมแก้ม 3 ที

 2. ห้ามพูดกับคนอื่นเกินหน้าเกินตา  ถ้าจับได้จะโดนทำโทษโดยการดึงหูจนกว่าจะแดงและไม่มีข้อยกเว้นใดๆทั้งสิ้น

 3. โทรศัพท์คุยกันอย่างน้อยอาทิตย์ละ 5 วัน แต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 40 นาที  ถ้าไม่ว่างจริงๆต้องเขียนใบลาเพื่อรับรองว่าไม่ว่างจริงๆ

 4. เวลานอนห้ามคิดถึงใครต้องคิดถึงแต่แฟนที่ลงลายมือไว้ในสัญญาฉบับนี้ก่อน  แม้ว่าจะอยู่บ้านไหนก็ตาม ถ้าไม่คิดถึงขอให้นอนไม่หลับ  ถ้าคิดถึงคนอื่นอยู่ขอให้โดนผีหลอก

 5. ผู้ลงลายมือทำสัญญานี้ไม่มีสิทธิ์บอกยกเลิกสัญญาฉบับนี้จนกว่าบุคคล  ทั้ง 2  ฝ่ายจะยินยอม

 6. ให้ถือสัญญาฉบับนี้ไว้จนกว่าบุคคลทั้ง 2 ฝ่ายจะมีแฟนใหม่

 

 สัญญานี้มีสิทธิ์อันชอบธรรมและต้องอยู่ในความจำเป็นต้องประพฤติตามความที่ระบุข้างบนนี้ นั้นหากฝ่าฝืนมีความผิดทางแท่ง มาตรา 27 หน้าที่ 36 บรรทัดที่ 7 วรรคที่ 2 ว่าด้วยตกลงทำสัญญาแห่งราชอาณาจักรสยาม พระพุทธศักราช 2546 เพื่อเป็นหลักฐานแห่งสัญญาฉบับนี้

 

 จึงได้ลงลายมือไว้ต่อหน้าพยานไว้เป็นสำคัญตั้งแต่

 วันที่………เดือน………………………พ.ศ. 2549

 

 ลงชื่อ………………………………………………ผุ้ทำสัญญา (ฝ่ายชาย)

 (…………………………………)

 

 ลงชื่อ      วิชุพร เจียสุวรรณ    ผู้ทำสัญญา (ฝ่ายหญิง)

 (นางสาว วิชุพร เจียสุวรรณ)

 

 ลงชื่อ……………………………………………….พยาน

 (…………………………………)

 

 ลงชื่อ……………………………………………….พยาน

 (…………………………………)

 

 หมายเหตุ...... สัญญานี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อคุณได้ส่งให้คนที่คุณรักแล้ว

 

 

January 26

แม่อยากได้หลานยาย...ตายแน่ชั้น

...แม่อยากได้หลานยาย...

..ตายแน่ๆ แล้วชั้น..

/////

////

///

//

/

ทำไงกันดี...แฟนพันธุ์แท้ทั้งหลาย ช่วยด้วยๆๆๆๆ